TOP

เช็คด่วน!! 10 อาการป่วยของคนกลัวการเข้าสังคม!

“คุณแค่ขี้อาย…”
“ไม่เป็นไรหรอกนะ”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก”

ผู้ป่วยโรคกลัวการเข้าสังคม คงได้ยินคำพูดปลอบใจเหล่านี้แทบทุกวัน
โรคกลัวการเข้าสังคมหรือ Social Anxiety เป็นอาการป่วยทางจิตที่พบบ่อยมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก และเช่นเดียวกับหลายๆโรค ที่อาจจะเป็นโรคที่คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดกัน ลองสำรวจตัวเองว่า คุณมี 10 อาการกลัวการเข้าสังคม! ที่เราหรือคนรอบข้างอาจกำลังเป็นโดยไม่รู้ตัว

1.ไม่อยากออกไปเที่ยวข้างนอก


โรคกลัวการเข้าสังคมนั่นคืออาการหวาดกลัวที่จะต้องพบปะกับบุคคลอื่นๆ
คุณอาจจะอยากออกไปเที่ยวกับเพื่อน เข้าสังคม แต่อาการหวาดกลัวที่ไร้เหตุผลนี้เองเป็นตัวฉุดคุณไว้
คนที่มีโรคกลัวการเข้าสังคมบ่อยครั้งจะถูกมองว่าเป็นคนขี้อาย เงียบ เก็บตัว ประหม่าง่าย และอาจจะดูไม่ค่อยเป็นมิตร แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ตายตัวเสมอไป

2.ชอบคิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับตัวคุณอยู่เสมอ


อีกหนึ่งอาการของโรคกลัวการเข้าสังคมคือ ความกลัวว่าคุณจะถูกมองในด้านลบ หรือถูกคนอื่นตัดสินตัวเองไปในทางที่ไม่ดี คำถามที่มักจะเกิดขึ้นในหัวคือ “พวกเขาจะเคารพฉันรึเปล่า?” “พวกเขาจะคิดว่าฉันหน้าตาแย่ไหม?” “พวกเขาจะยังคงเคารพฉันอยู่ไหม ถ้าหากว่าพวกเขาคิดว่าฉันหน้าตาไม่ดี?” “ตัวฉันเองยังคิดว่าฉันไม่เก่งเลย แล้วพวกเขาจะไม่คิดเหมือนกับฉันหรอ?”
ผู้ป่วยจะทราบว่าความคิดเหล่านั้นเกิดจากโรค แต่ถึงอย่างไร ความนึกคิด ความรู้สึก และการกระทำในทางลบเหล่านั้นจะยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอ

3.มีข้อสงสัยในทุกๆ สิ่งที่คุณทำ


โรคกลัวการเข้าสังคมนั่นสามารถเกิดผลกระทบได้อย่างแพร่หลายในทุกๆด้านของตัวผู้ป่วย เป็นอาการเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาหายได้ด้วยตัวเอง
การตัดสินใจทุกอย่างเป็นเรื่องที่ยากมากขึ้น เช่นจะเข้าห้องน้ำแต่ในหัวคิดขึ้นมาได้ว่า คนอื่นจะมองว่าคุณแปลกไหมเพราะคุณเพิ่งใช้ห้องน้ำไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว หรือ ไม่กล้าที่จะออกไอเดียในที่ประชุม เพราะแกรงว่าเจ้านายจะคิดว่าคุณไม่ฉลาดพอ หรือไม่มีประสิทธิภาพ ความกลัวถึงผลสะท้อนจะเกิดขึ้นเสมอในทุกๆการตัดสินใจของคุณ

4.คิดถึงทุกเรื่องที่คุณทำภายในหนึ่งวัน แทนที่จะนอนหลับ


คุณจะใช้เวลาเป็นชั่วโมงกว่าจะหลับได้ เพราะว่าในหัวของคุณเฝ้าแต่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นภายในวันนั่น และบ่อยครั้งคุณจะชอบคิดว่าสิ่งที่คุณทำลงไปล้วนแล้วแต่เป็นความผิดพลาดของคุณ
และบ้างครั้งคุณก็พยายามวางแผนเตรียมตัวในหัวถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นในวันรุ่งขึ้น
“ทำไมฉันถึงไม่พูดแบบนี้กับวศินนะ”
“ฉันมีพริกติดฟันรึเปล่า ตอนที่คุยกับณเดชน์ ช่วงพักเที่ยง”
“ทำไมฉันถึงไม่ยกหูโทรศัพท์แล้วคุณกับญาญ่าให้รู้เรื่องไปเลยในตอนนั่น”

5.คุณคอยที่จะหาข้อแก้ตัวให้กับตัวเองอยู่เสมอ



ถ้าหากว่าคุณตอบตกลงทำอะไรบ้างอย่างลงไปในตอนนั้น คุณจะรีบหาข้อแก้ตัวมากลับคำพูด และบ่ายเบี่ยงอย่างรวดเร็ว

6.คุณจะคิดถึงสถานการณ์ที่แย่ที่สุดก่อนเสมอ



มันตราของชีวิตคุณคือ “ฉันไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น รู้แต่ว่าเรื่องร้ายจะเกิดอย่างแน่นอน”

7.กลัว กลัว กลัว แล้วก็กลัว



คุณมองโลกเป็นน้ำครึ่งแก้ว และความกลัวตามหลอกหลอนคุณไปในทุกความคิด
ความกลัวที่ใหญ่ที่สุดของคุณ เช่น
กลัวถูกแนะนำตัวให้รู้จักกับคนอื่นๆ
กลัวการที่ถูกแกล้งและเผชิญกับคำวิจารณ์
กลัวที่จะถูกมองเป็นจุดสนใจ
กลัวการถูกเฝ้ามอง
กลัวการพูดในที่สาธารณะ รวมไปถึงการพรีเซ็นงาน หรือเสนองานหน้าชั้นเรียน
กลัวการพบปะกับบุคคลสำคัญ หรือบุคคลที่สูงกว่า
รู้สึกกังวล และไม่ปลอดภัยเมื่ออยู่ในสถานที่พบปะผู้คนมากมาย

8.คุณทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์



ถ้าหากว่าคุณทำอะไรสักอย่างได้เพื่อที่จะหนีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ คุณก็จะยอมทำ ถึงแม้ว่าคุณจะต้องทำงานหนักมากขึ้นคุณก็ยอม คุณเลือกที่จะเดินขึ้นบันใดแทนที่จะขึ้นลิฟต์เพียงเพราะว่ามีคนอื่นยืนรออยู่หน้าลิฟต์ คุณเลือกที่จะยังไม่ทานข้าวกลางวัน เพื่อเลี่ยงการสนทนาพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานในห้องครัว เป็นต้น

9.คุณกลัวที่จะถามคำถาม



คุณหลงทางในต่างประเทศได้แบบชิลๆ แต่รู้สึกอึดอัดที่จะถามทางคนแปลกหน้า หรือคุณอาจจะมาทำงานสาย เพราะคุณใช้เส้นทางใหม่และงง แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามใคร
คุณกังวลมากเกินไปว่าคนอื่นจะมองคุณอย่างไร คุณเลยเลือกที่จะไม่ถามคำถาม

10.คุณคิดว่านี้คือชีวิตของคุณ



หลายคนที่ประสบปัญหากับโรคกลัวการเข้าสังคม บ้างครั้งพวกเขาเลือกที่จะไม่รับการรักษา เพราะคิดว่าตนเองสามารถควบคุมอาการเหล่านั่นได้ด้วยตัวเอง หรือเขาอาจจะคิดว่า “มันไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก” หรือบ้างครั้งพวกเขาก็เพียงคิดว่านี้คือตัวเขาเองในแบบที่เป็น และจะไม่มีทางเปลี่ยน
แต่มีการรักษาโรคนี้อยู่มากมาก ทั้งการพบกับที่ปรึกษาทางการแพทย์ หรือการบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม รวมทั้งยังมียารักษาบำบัดบรรเทาอาการอีกด้วย

แน่นอนว่า เป็นเรื่องยากในตอนแรกที่จะยอมรับ แต่นี้อาจจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของคุณก็ได้นะ

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา