TOP

ทาสแมวต้องระวัง! “เชื้อราแมว” ภัยใกล้ตัวจากสัตว์เลี้ยงสู่คน

จะทำอย่างไร ถ้าวันหนึ่งน้องเหมียวของเราที่เคยมีขนปุกปุย ดันต้องมาขนร่วงเป็นกระจุกเพราะเชื้อรา โดยเฉพาะที่หางและใบหน้า เล่นเอาเจ้าเหมียวหมดหล่อหมดสวย แถมเราจะจับจะอุ้มก็ต้องกลัวติดเชื้อราไปด้วยอีก มาดูกันดีกว่าว่าเชื้อราในแมวมาจากสาเหตุอะไร แล้วเราจะป้องกันได้อย่างไร

สาเหตุที่แมวติดเชื้อรา
หลักๆ เลยเชื้อรานั้นเกิดจากความชื้น ซึ่งสาเหตุส่วนมากที่พบก็คือ
1. สิ่งแวดล้อมบริเวณที่อยู่อาศัยของแมวอับชื้น เช่น เป็นห้องที่อากาศไม่ถ่ายเท แสงแดดส่องไม่ถึง แมวชอบอยู่บนเบาะรองชื้นๆ หรือชอบมุดใต้ตู้ใต้โต๊ะที่อับๆ ใช้ทรายแมวหมดอายุที่เก็บความชื้น
2. แมวมีขนยาวและหนาเกินไป เช่น แมวพันธุ์เปอร์เซียที่ขนปุกปุยก็มีโอกาสติดเชื้อราได้บ่อยๆ
3. ปล่อยให้เจ้าเหมียวสกปรกมอมแมม ไม่ยอมอาบน้ำ
4. หลังอาบน้ำแล้วไม่เป่าขนให้แห้ง
5. เวลากินอาหารและกินน้ำ หน้าและหางแมวมักจุ่มลงไปในชาม แล้วไม่ทำความสะอาดให้ดี

อาการที่พบบ่อย
แมวที่ติดเชื้อราจะมีอาการคัน ขนร่วงเป็นกระจุก ผิวหนังเป็นสะเก็ดเหมือนรังแค บางตัวที่มีอาการรุนแรงอาจเป็นตุ่มพอง หรือขนร่วงเป็นสะเก็ดทั่วทั้งตัว ส่วนแมวบางตัวที่ติดเชื้อราก็อาจไม่แสดงอาการก็ได้

การรักษา 

อันดับแรกหากสงสัยว่าแมวติดเชื้อรา ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ก่อน เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม แนวทางการรักษาเชื้อรามีหลายวิธี เช่น

  1. ฉีดยาเพื่อระงับเชื้อรา มักทำในแมวที่โตแล้ว เพราะลูกแมวเด็กๆ สุขภาพอาจยังไม่แข็งแรงนัก อาจทนฤทธิ์ของยาไม่ได้
  2. กินยา ส่วนมากจะเป็นยาแก้เชื้อรา ลดผิวหนังอักเสบ ซึ่งมีหลายรูปแบบ หลายยี่ห้อ เช่น Itrasix ปริมาณที่กินขึ้นอยู่กับน้ำหนักของแมว และเป็นตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ การกินยามักใช้กับแมวที่ติดเชื้อรารุนแรง เป็นวิธีที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น
  3. ทายา ยาที่ใช้ส่วนมากเป็นยารักษาเชื้อราในคน เช่น ซีม่าโลชั่น โดยให้ทาบริเวณที่เป็นเชื้อราหลังอาบน้ำ การทายาใช้ได้ทั้งในลูกแมวและแมวที่โตแล้ว แต่วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับแมวที่ติดเชื้อราทั้งตัว และยังต้องระวังไม่ให้แมวเลียยาเข้าไปด้วย
  4. อาบน้ำด้วยแชมพูยา การอาบน้ำด้วยแชมพูที่ผสมคีโตโคนาโซลก็ช่วยได้ แม้แต่กับแมวที่ต้องสงสัยว่าอาจติดเชื้อราแต่ไม่มีอาการก็ควรใช้แชมพูยากันไว้ก่อน ควรอาบน้ำให้แมวสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง และเป่าขนให้แห้งสนิททุกครั้งหลังอาบน้ำ

การป้องกันเชื้อราในแมว

  1. จับอาบน้ำเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และใช้ไดร์เป่าขนให้แห้งสนิท
  2. หากแมวมีขนยาวฟู และเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา อาจตัดขนให้สั้นลงเพื่อให้ดูแลได้ง่ายขึ้น
  3. รักษาสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ในสะอาด ไม่อับชื้น ไม่มีฝุ่นละออง หมั่นทำความสะอาดบ้านบ่อยๆ อย่าลืมเปลี่ยนทรายแมวเป็นประจำ และเอาเบาะรองหรือที่นอนน้องแมวไปซักตากแดดด้วย
  4. หากเลี้ยงแมวไว้หลายตัว และพบว่ามีตัวหนึ่งติดเชื้อรา ควรรีบแยกตัวที่ติดเชื้อออกมาไม่ให้ปะปนกัน และควรพาแมวที่เหลือไปเพาะเชื้อตรวจด้วย

ฉีดวัคซีนป้องกัน โดยวัคซีนที่มีในปัจจุบันสามารถป้องกันได้เฉพาะเชื้อ Microsporium canis เท่านั้น แมวที่ฉีดวัคซีนได้ต้องมีอายุ 2 เดือนขึ้นไป และควรฉีดประจำทุกปีเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ต่อเนื่อง

ขอบคุณข้อมูลจาก  honestdocs

ภาพประกอบ istock

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา