TOP

ชมพู่ อารยา พิสูจน์ให้เห็นว่า “แม่ก็คือแม่!” กับเบื้องหลังโฆษณาสุด Exclusive

ระยะเวลา 20 ปีที่โลดแล่นอยู่บนเส้นทางบันเทิง ผ่านบทบาทการแสดงที่หลากหลาย
”ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต” ได้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าเธอคือนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิง
และถึงแม้วันนี้จะห่างหายจากงานแสดงไปบ้าง เพื่อรับบทบาทใหม่ในการเป็นคุณแม่เต็มตัว
แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ในทุกบทบาทได้ดีไม่มีตก เพราะว่า…แม่ก็คือแม่!

และวันนี้ก็นับเป็นโอกาสอันดีที่เราได้ตามติดเบื้องหลังการทำงานของนักแสดงสาวคนเก่งคนนี้ กับการถ่ายโฆษณาในฐานะพรีเซนเตอร์บัตรเครดิต Citi Premier เราจึงมีภาพเบื้องหลังสุดเอ็กซ์คลูซีฟมาฝากกัน โดยการทำงานวันนั้น เต็มไปด้วยความสนุกสนาน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะจากบรรดาทีมงานและกองเชียร์ที่มีตั้งแต่รุ่นใหญ่ ไปจนถึงรุ่นเล็กจิ๋ว คือน้องสายฟ้าและพายุ ลูกแม่ชมนั่นเอง และถึงแม้ว่าจะควบสองบทบาทในเวลาเดียวกัน แต่การถ่ายทำก็เสร็จสิ้นตรงตามเวลา จนมีเวลาเหลือให้เราได้พูดคุยกับนักแสดงคนเก่ง ที่เริ่มต้นอัพเดตบทบาทใหม่ในฐานะของคุณแม่ ซึ่งถึงแม้จะรับหน้าที่นี้มาครบปีแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังคงต้องเรียนรู้และปรับตัวตลอดเวลา

“รู้สึกว่าจริงๆ ก็ยังไม่ได้มีอะไรที่ลงตัว 100% ยังต้องปรับอยู่ทุกๆ วัน คือพอเรากำลังเริ่มจะชินแล้ว กำลังเริ่มรู้สึกว่าเราเรียนรู้แล้ว เราปรับตัวได้ เด็กเขาก็จะเปลี่ยนไปตามพัฒนาการ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องตื่นตัวตลอด แล้วก็คอยอัพเดตตลอด ซึ่งก็คงต้องบอกว่าชีวิตคงไม่มีวันเหมือนเดิมแล้วค่ะ (หัวเราะ) ช่วงแรกก็ยอมรับว่ามีเซเหมือนกัน ทั้งเรื่องของฮอร์โมนด้วย แม่ลูกอ่อนด้วยกันจะเข้าใจ มันหลายอย่าง ทั้งความคาดหวังของตัวเราเองที่อยากทำให้ถูกต้อง แต่ว่าพอพ้น 3 เดือนไปแล้วก็จะชิลขึ้นค่ะ ส่วนสไตล์การเลี้ยงลูกของชมจะเป็นแบบผสมผสานนะคะ คือก็จะดูด้วยว่าเราโตมาอย่างไร เอาจากประสบการณ์ตรงที่คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงเรามาใช้ด้วย ซึ่งโอเคแน่นอนว่ายุคเขากับยุคเราก็ไม่เหมือนกัน มันก็เลยจะใช้แบบที่เราโตมาอย่างเดียวเลยไม่ได้ ต้องมีศึกษาหาข้อมูลด้วย เรียกว่าเนิร์ดพอสมควร รีเสิร์ชเยอะ

แต่ว่าจริงๆ ช่วงก่อนที่เขาจะคลอดออกมาเราจะมีทฤษฎีเยอะ คิดว่าถ้าเป็นลูกฉันจะต้องไม่ให้ทำอย่างนั้น ไม่ให้ทำอย่างนี้ จะไม่เลี้ยงแบบนั้นจะไม่เลี้ยงแบบนี้ แต่ว่าพอเขามาแล้วจริงๆ เราจะรู้ว่าเด็กนี่เป็นอะไรที่เราไปฟิกซ์หรือกะเกณฑ์ไม่ได้ เราต้องยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น แล้วค่อยๆ เชพเขาไปค่ะ” เช่นเดียวกับที่เธอได้พูดไปตั้งแต่ต้นว่าการเพิ่มเข้ามาของ 2 ชีวิตได้ทำให้อะไรหลายๆ อย่างในชีวิตของเธอเปลี่ยนไปซึ่งหนึ่งในนั้นคือเรื่องของไลฟ์สไตล์ “ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนเยอะนะคะ

ก็คือเวลาที่เคยเป็นของเรา มันก็ไม่ใช่ของเราแล้ว ยิ่งช่วงแรกๆ นี่ทีมชมยังไม่เป๊ะขนาดนี้ หมายถึงว่าทีมแบ็กอัพ ทีมพี่เลี้ยงทั้งหลาย ตอนแรกก็มีแค่ชมแล้วก็พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่งที่เป็นพี่เลี้ยงชมมาก่อน ช่วงนั้นก็อยู่กัน 2 คน ซึ่ง 4 มือสำหรับเด็กแฝดมันไม่พอ ก็ต้องมีคนมาช่วยเยอะเรียกว่าหนักพอสมควรค่ะ (หัวเราะ) ยิ่งเรื่องช้อปปิ้งนี่ไม่ต้องพูดถึงเลย คือด้วยตัวเราก็อาจจะไม่มีเวลาไปเอ็นจอย ไปเลือกอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ประเภทที่ว่าหายออกไปเดินช้อปปิ้ง เดินห้างทั้งวันเหมือนที่เคยเป็นมานั้นคงยากแล้ว หรือว่าออกจากบ้านไปโดยไม่มีจุดหมาย เดินเรื่อยเปื่อย ไม่ต้องรีบกลับบ้านแบบนี้ คือไม่มีแล้วค่ะ

เดี๋ยวนี้จะมีก็แต่ว่าอยากจะรีบกลับบ้านมาหาลูก แต่ละวันที่ต้องออกจากบ้านก็อยากจะกลับเข้ามาให้ทันก่อนเขานอน ซึ่งลูกชมนอนเร็วด้วย ฉะนั้นการช้อปปิ้งของตัวเองเดี๋ยวนี้ก็จะเป็นออนไลน์เยอะพอสมควร คือเปลี่ยนพฤติกรรมไปเลย แต่การถือบัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์ ก็ช่วยชมทำเวลาในการช้อปปิ้งเหมือนกันนะอย่างเวลาที่ไปห้างฯ แล้วต้องทำเวลา ไม่สามารถไปวนหาที่จอดรถเอง ก็มีบริการ VIP Parking ทำให้ชมมีเวลาช้อปได้อย่างสบายใจมากขึ้น แถมยังมีบริการเครื่องดื่มฟรีให้ด้วย

หรืออย่างบางทีช่วงที่เดินทางบ่อย ก็จะมีโอกาสช้อปปิ้งทั้งในห้างที่ไทย และที่ Duty Free ชมก็จะเลือกสิ่งที่ชอบเป็นหลัก แต่ถ้ามีของดีๆ ที่โดนใจก็เต็มที่ แล้วตอนนี้สังคมไทยเริ่มเป็น Cashless Society ทำให้ไปไหนไม่ต้องพกเงินสดเยอะๆ ใช้แค่บัตรเครดิตอย่างเดียวจบ สายช้อปอย่างชมเลยเลือกบัตรเครดิตที่ทำให้การช้อปปิ้งจบในใบเดียว แถมยังได้คะแนน 4x ทั้งในห้างสรรพสินค้าและ Duty Free ทั่วโลกอย่างบัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์ค่ะ (ยิ้ม)

นอกจากนี้การเป็นคุณแม่ก็ทำให้สไตล์การเลือกซื้อของเปลี่ยนไปด้วย คือจากแต่ก่อนที่ชมเน้นช้อปให้ตัวเอง ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาช้อปให้ครอบครัวเพิ่ม ทั้งพี่น็อต สายฟ้าและพายุ เพราะเราก็อยากให้เขาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด แต่ก่อนจะเน้นสินค้าแฟชั่น แบรนด์เนม ตอนนี้ก็เพิ่มของในซูเปอร์มาร์เก็ตมากขึ้น ซึ่งบัตรซิตี้ พรีเมียร์นี้ก็ทำให้ชมได้ส่วนลด 15% เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดซื้อที่ห้างสรรพสินค้าเวลาช้อปสินค้าแฟชั่นและยังได้เครดิตเงินคืน 5% ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตด้วยค่ะ ตอบโจทย์ทุกอย่างเลยทีเดียว”

และเพราะความที่เป็นสาวนักช้อปตัวยง เวลาซื้อของแต่ละทีเธอจึงต้องให้ความสำคัญกับส่วนลดและความคุ้มค่าด้วย
เช่นกัน “จริงๆ ถ้าชมชอบแล้วก็จะอยากได้เลย ไม่อยากรอโปรโมชั่น เพราะเราก็ไม่ได้มีเวลาไปตามโปรโมชั่นต่างๆ อีกอย่างบางชิ้นที่ชมชอบก็ไม่ได้มีมาลดตอนโปรโมชั่น แต่บัตรเครดิตซิตี้ พรีเมียร์ก็ตอบโจทย์ให้ชมมากๆ เลยค่ะ เพราะได้ส่วนลดทันที 15% เมื่อใช้คะแนนเท่ากับยอดซื้อ ทำให้ชมช้อปได้อย่างสนุก เหมือนมีสิทธิพิเศษให้เราอยู่
ทุกวัน ซึ่งปกติเวลาซื้อของถ้าเป็นพวกเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องแต่งกาย ก็จะดูเรื่องของการใช้งานก่อน ชมจะแบ่งหลักๆ
ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือไลฟ์สไตล์กับในส่วนของการทำงาน ถ้าเป็นเรื่องงาน โจทย์จะค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่า ลูกค้า
อยากได้สีนี้ จัดสถานที่นี้ เป็นค็อกเทล หรือเป็นราตรี โจทย์ของงานก็จะกำหนดค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าเราต้องเลือกอะไรแบบไหน แต่ว่าอีกพาร์ทหนึ่งที่เป็นไลฟ์สไตล์ซึ่งเราใส่ในชีวิตประจำวัน ก็จะมีตามสมัย ตามเทรนด์บ้าง ส่วนตัวก็คือแฟชั่นด้วย แต่ว่ายังต้องคล่องตัว ใส่สบาย เพราะว่าเราก็มีลูกแล้ว ก็เลยต้องคล่องตัวนิดหนึ่ง”

และอย่างที่รู้กันว่านอกจากเรื่องการแสดงและการช้อปปิ้งที่สาวคนนี้ถูกยกให้เป็นตัวแม่แล้ว เรื่องแฟชั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เธอได้รับการยอมรับด้วยเช่นกัน ซึ่งแม้ว่าการเป็นคุณแม่จะกินเวลาของเธอไปเกือบหมด แต่ก็ยังคงหาเวลาอัพเดตเทรนด์แฟชั่นได้อยู่เสมอ “สำหรับชมอะไรที่เป็น passion ก็ยังอยู่นะคะ (หัวเราะ) คือถึงแม้ว่าเวลาส่วนตัวเราจะน้อยลง แต่ว่าก็ยังมีบ้าง ช่วงลูกหลับ ก่อนนอน ก็มีโอกาสได้อัพเดต แล้วเราก็ได้คุยกับเพื่อนฝูงด้วย ซึ่งก็จะมีเพื่อนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน บางทีก็แชร์กัน เจออะไรมาก็อัพเดตกัน ซึ่งชมว่าเดี๋ยวนี้โลกทุกอย่างมันผ่านมือถือหมด ก็ไม่ยากที่จะอัพเดตเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าเวลาที่จะไปกว้านหาซื้ออาจจะไม่ได้สะดวกเหมือนแต่ก่อน”

โดยการครีเอทลุคในแต่ละวันของแฟชั่นนิสต้าคนนี้จะเริ่มจากอารมณ์ของตัวเองในแต่ละวันก่อน “การแมตช์ลุคของชมแต่ละวันจะเริ่มจากว่าเรารู้สึกว่าเราอยากทำลุคประมาณนี้ ช่วงนี้มู้ดเราเป็นอย่างนี้ ช่วงนี้เราอาจจะชอบสตรีทหน่อย ช่วงนี้เราชอบหวานชอบเท่ หรือว่าช่วงนี้เราออกกำลังกายมาเราเซลฟ์กับจุดนี้ ก็อยากจะโชว์ สำหรับชมมันเลยขึ้นอยู่กับมู้ดของแต่ละช่วง แล้วมู้ดช่วงนั้นก็จะทำให้เราหยิบจับ หรือซื้ออะไรที่เป็นลักษณะนั้นมามากกว่า คือแล้วแต่มู้ด แต่ว่าก็ขึ้นอยู่กับกาลเทศะด้วยว่าไปที่ไหนค่ะ แต่ถึงอย่างนั้นบางทีการที่ออกจากบ้านทุกวันแต่งตัวทุกวัน ก็มีตันๆ เหมือนกัน ชมก็เลยต้องคิดล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ แล้วเอาของที่มี potential ที่จะใส่ในวีคสองวีคนี้ออกมา หรือว่าอาจจะดึงของเก่ามา rotate เพื่อที่ว่าเช้าๆ ตื่นมาก็ไม่ต้องคิดนาน”

ซึ่งเมื่อถามถึงนิยามแฟชั่นในสไตล์ของสาวชม เธอกลับหัวเราะเสียงดัง พร้อมกับบอกว่า “โห ยากจังเลยอ่ะ จริงๆ ถ้าจะให้ identify สไตล์ของตัวเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันนะ แต่ชมว่าชมมีอารมณ์ขัน มีความสนุกอยู่ในสไตล์ของตัวเอง แล้วถ้าไม่ใช่วันทำงานชมจะไม่ยอมใส่อะไรที่รู้สึกว่า ‘กินตัว’ ซึ่งคำนี้จะเป็นคำที่ชมชอบใช้ หมายถึงว่าใส่แล้วรู้สึกรัดตัวเรา หรือใส่แล้วรู้สึกไม่สบาย ทำให้เราต้องอยู่ใน posture นั้นๆตลอดเวลา เพราะว่าเสื้อผ้ามันบังคับเรา ชมจะไม่ใส่อะไรแบบนั้น เพราะรู้สึกว่า เวลาเราทำงานก็ต้องใส่ชุดรัดรูป ทำตัวสมาร์ทตลอดเวลาต้องหลังตรง แขม่วท้อง คือเราถูกบังคับด้วยเสื้อผ้าอะไรแบบนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่ไม่ทำงานก็เลยไม่อยากจะใส่อะไรที่เราไม่สบายตัวค่ะ

ส่วนการที่คนยกให้เป็นแฟชั่นนิสต้าชมว่ามันก็ overrate ไปนิดหนึ่งนะ เอาจริงๆ ชมเองก็ไม่ได้คิดว่าเราเป็นแบบนั้น แค่ว่าเป็นคนที่สนุกสนานมีแพชชั่นเรื่องนี้ แล้วก็สนุกไปกับมัน แค่นั้นเอง ชมว่าคำว่าแฟชั่นนิสต้าหรือว่าไอค่อนที่คนเขาชอบใช้เรียก สำหรับชมถ้าเราพูดถึงคนๆ หนึ่งเราจะนึกถึงสไตล์ หรือนึกถึงลุคต่างๆ ของเขาได้ แต่ของชมคือชมทำหมดเลย อยากทำอะไรก็ทำ บางทีก็ผิด บางทีก็พลาด บางทีก็ดูไม่ได้บ้าๆ บอๆ แต่ ณ เวลานั้นเรารู้สึกดีแล้วก็สนุก บางทีย้อนกลับไปดูก็ยังคิดเลยว่า ‘เออ ทำไปได้อย่างไรนะ’ ก็มีเหมือนกัน แต่ว่า ณ เวลานั้นคือสนุกไง คือชมว่าอาจจะเป็นตรงนี้ที่คนเขาสัมผัสได้ว่าเราสนุกกับมันค่ะ”

ทั้งหมดนี้จากทุกบทบาทของเธอที่เราได้เห็น ทั้งการเป็นแม่ ดูแลครอบครัว การทำงาน ดูแลตัวเอง ออกกำลังกาย และอัพเดตแฟชั่น ทำให้เราเกิดความสงสัยว่าสาวเก่งคนนี้แบ่งเวลาอย่างไร ซึ่งเธอก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนไขข้อข้องใจให้กับเราว่า

“แบ่งเวลาอย่างไรเหรอ ก็ทำอะไรได้ก็ทำค่ะ แต่ว่าลูกจะคือ priority ค่ะ ซึ่งต้องมาอันดับหนึ่ง เพราะว่าชมว่าช่วงเวลานี้ก็สำคัญ คือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเขาในการฟอร์มพัฒนาการ ฟอร์มทุกอย่าง เลยอยากให้เขาก่อน ส่วนเรื่องงานก็โอเค สามีเข้าใจ ถึงแม้ว่าเราจะปลีกตัวมารับงานบ้าง แล้วโชคดีว่าเรามี back up ที่ดี มีครอบครัวที่เข้าใจ มีคนช่วย ทั้งคุณย่า คุณยาย พี่เลี้ยงที่โอเค ก็เลยพอจะมีเวลาส่วนตัวบ้าง ถึงแม้ว่าจะน้อยค่ะ”

และเมื่อถึงคำถามสุดท้ายของการพูดคุยในวันนั้น เราจึงไม่พลาดถามถึงผลงานละครที่หลายๆ คนคิดถึง เพราะเราเองก็เป็นหนึ่งคนที่คิดถึงบทบาทการแสดงของเธอเช่นเดียวกัน “ผลงานละคร ก็ถ้าหากว่ามีบทอะไรที่ motivate ชมพอ ที่ทำให้อยากจะทิ้งลูก (หัวเราะ) แล้วออกไปกองถ่าย ก็เดี๋ยวรอดูกันอีกทีแล้วกันค่ะ ถามว่าคิดถึงกองไหมก็คิดถึง แต่อย่างที่บอกว่าช่วงขวบปีแรกสำคัญ เพราะฉะนั้นก็ต้อง motivate ชมพอสมควรเลยค่ะ เพราะเวลาถ่ายละครเรื่องหนึ่งใช้เวลา 8 – 9 เดือน อาทิตย์ละ 3 – 4 วัน เราก็ต้องออกจากบ้านตั้งแต่เช้ากลับมาลูกหลับแล้วแบบนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นก็ดูที่บทค่ะ” (ยิ้ม)

 

ชมพู่ อารยา พิสูจน์ให้เห็นว่า แม่ก็คือแม่! เบื้องหลังโฆษณาสุด EXCLUSIVE

นิตยสาร AROUND ฉบับเดือนกันยายน ตามติดเบื้องหลังการทำงาน"ชมพู่ – อารยา เอ ฮาร์เก็ต" กับการถ่ายโฆษณาในฐานะพรีเซนเตอร์บัตรเครดิต Citi Premier พร้อมเปิดบทสัมภาษณ์บทบาทใหม่ในการเป็นคุณแม่เต็มตัว แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ในทุกบทบาทได้ดีไม่มีตก เพราะว่า…แม่ก็คือแม่! Facebook : AROUND MagazineInstagram : around_magazine Line : @aroundmagazine www.aroundonline.comYOUTUBE : https://www.youtube.com/watch?v=V0VWRG5ERqY&lc=z23cctypsvriivvgp04t1aokg24yyix2erktfuawiasjbk0h00410

โพสต์โดย AROUND Magazine เมื่อ วันอังคารที่ 25 กันยายน 2018

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา