TOP

วัฒนธรรมชนเผ่าดอยตุง เล่าผ่าน มื้ออาหารสุดเอลิแกนท์สู่โต๊ะอาหารสุดหรู ในเมืองใหญ่

“ดอยตุง” จับมือ “ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง” จัดดินเนอร์การกุศล รังสรรค์เมนูพิเศษจากดอยสูงสู่โต๊ะอาหารสุดเอลิแกนท์ในเมืองใหญ่

ไลฟ์สไตล์ของคนชนเผ่าบนดอยตุง นอกจากความสวยงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้นมาอย่างงดงามแล้ว เรื่องราวของประเพณี การใช้ชีวิต รวมไปถึงอาหารท้องถิ่น ล้วนเป็นวัฒนธรรมที่มีเสน่ห์ชวนติดตาม เช่นเดียวกับ DoiTung (ดอยตุง) ได้ร่วมมือกับร้านอาหารชื่อดัง Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง) จัดงานดินเนอร์การกุศล ภายใต้ชื่องาน ‘From Mountain to Table’ (ฟอร์ม เม้าเท็น ทู เทเบิล) อาหารค่ำมื้อพิเศษ จากดอยสูงสู่โต๊ะอาหารสุดหรู ในเมือง เพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวของโลกสีเขียวบนดอยสูงกับโลกทันสมัยของเมืองหลวงเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

เริ่มออเดิร์ฟกันด้วยเมนู ข้าวตังน้ำพริกอาหม่อซึ่งเป็นน้ำพริกมาจากชนเผ่าอาข่าคลุกรวมกับ, หมูสับมะเขือส้ม, กระเทียมฝาน เอาไปผัดให้นัวเข้ากัน ใส่น้ำซุปเล็กน้อย ราดลงไปที่ข้าวตังที่กริลแล้วซึ่งเป็นเมนูภาคกลาง ตกแต่งด้วยผักต่างๆ ที่มาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ กระเจี๊ยบ, ขมิ้นขาว, ผักชีลาว, เปลือกส้ม และ กากหมู ซึ่งเป็นซิกเนอเจอร์ของซาว่า รสชาติที่ออกมาจะ เผ็ด หวาน เค็ม ดื่มคู่กับชาอู่หลงก้านอ่อน เข้ากันเป็นอย่างดี

ตามมาด้วย อ่องปูน้ำจืดและข้าวเกรียบงาดำ อ่องปูเป็นอาหารทางเหนือ เอามาผสมกับซอสมิริน ซอสปรุงอาหารของญี่ปุ่น ให้อารมณ์เหมือนเมนู “คานิมิโซะ” ทานกับซัลซาสับปะรดภูแลเชียงราย และข้าวเกรียบงาดำ จากจังหวัดพิจิตร รสชาติ ออกมันๆ เค็มๆ ตัดเลี่ยนด้วยรสเปรี้ยวของซัลซาสัปปะรดภูแล เวลาทานจะได้เทกเจอร์ (Textureเนื้อปู และ ความกรอบของข้าวเกรียบงาดำ เป็นการผสมผสานกลิ่นอายชาวเหนือของอ่องปูและความเมืองของซัลซานัวๆ ได้รสกลมกล่อม

จากนั้นเสิร์ฟต่อกับเมนูลาบคั่วไก่ดำ ใส่มะแขว่นโดยใช้ ไก่ดำดอยตุง ซึ่งเป็นไก่ที่มีสีดำตั้งแต่เนื้อ, ขา, กระดูก เนื้อไก่ดำจะมีความมันน้อยกว่าไก่ทั่วไป คล้ายๆ ไก่บ้าน วิธีทำนำเครื่องลาบและมะแข่วน หรือพริกหอม สมุนไพรที่เกิดขึ้นในป่าภาคเหนือจะออกเฉพาะหน้าหนาวมาตำกับเครื่องลาบ แล้วนำไปคลุกกับไก่ดำและแฮมหมูดำรมควันจากกะลากาแฟของดอยตุง ใส่พริกป่น, พริกลาบ, หอมแดง, ผักชีใบเลื่อย คลุกรวมกันเอาไปผัด จะได้รสชาติ เผ็ด เค็ม

ต่อด้วย สันคอหมูดำย่าง ข้าวฟืนกับส้ามะเขือแจ้ เห็ดเผาะและพริกข่า สันคอหมูดำหมักกับมะแขว่นพริกหอมย่างปรุงรสด้วยเกลือ น้ำมัน และซอสปรุงรส นำไปย่างไฟอ่อนๆ ทานคู่กับข้าวฟืนไทลื้อกราแตง ได้รสชาติ จืดๆ มันๆ ทานกับน้ำพริกข่าแห้ง และส้ามะเขือแจ้ ได้รสชาติเผ็ดๆ นัวๆ

          

แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ พระเอกเมนูนี้อยู่ที่หมูดำ     ดอยตุงที่ถูกนำไปเคี่ยวข้ามคืนจนเนื้อมีความหยุ่นๆ ทานกับ ข้าวหนุกงาขี้ม้อน ข้าวทางเหนือที่นิยมกินตอนหน้าหนาวเพราะให้พลังงานสูง โดยนำข้าวหนุกงาไปคลุกกับงาขี้ม้อนที่ผ่านการคั่วและตำ คลุกกับงาและเกลือก่อนห่อใบตอง และเอาไปปิ้ง โดยมีผักกาดจอน้ำอ้อย อาหารที่คนเหนือทุกคนต้องมีในครัว ทานคู่กัน

 

พลพัฒน์ อัศวะประภา

เจ้าของร้านอาหาร Sava All Day Dining (ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง)

กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีโอกาสขึ้นไปสัมผัสชีวิตคนบนดอยตุง ภายใต้การดูแลของ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ รู้สึกประทับใจในเรื่องราวและวัฒนธรรมของคนชนเผ่าต่างๆ ที่มีเสน่ห์มาก โดยเฉพาะเรื่องของอาหารท้องถิ่นในพื้นที่ เลยเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการคิดโปรเจกต์นี้ขึ้นมา เพราะอยากให้คนในเมืองได้ชิมอาหารที่หายากและอร่อยมาก แถมยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจ จึงร่วมกับ เชฟแบม-วรรณพร พิมพิสุทธิ์ เชฟและฟู้ด ดีไซเนอร์ (Food Designer) ชื่อดัง มาสร้างสรรค์เมนูพิเศษ 6 คอร์ส โดยใช้วัตถุดิบในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ อาทิ หมูดำ สายพันธุ์ดอยตุง เกิดจากการผสมพันธ์ระหว่างหมูพันธุ์พื้นเมืองในพื้นที่ดอยตุงและหมูพันธุ์เหมยซาน เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติ มีสีดำสนิททั้งตัว เนื้อนุ่มด้วยชั้นไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อแดง เป็นหมูกึ่งเนื้อกึ่งมันปลอดยีนส์เครียดและปลอดสารเร่งเนื้อแดง 100%, ไก่ดำ, แคปหมู ผลิตผลจากการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ

ทั้งนี้ เมนู แกงฮังเลหมูดำน้ำอ้อยและแมคคาเดเมีย กับข้าวหนุกงาขี้ม้อน และผักกาดจอ จะถูกนำมาเป็นเมนูแนะนำพิเศษ และจำหน่ายต่อไป 

ระหว่างวันที่ 1 – 31 ธันวาคม 2561 ณ Sava All Day Dining(ซาว่า ออล เดย์ ไดนิ่ง)

 

 

นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพิ่มทางเลือกแรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เสมือนคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา