เสน่ห์ฤดูร้อนของ “ฮอกไกโด” ที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุขของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง
HOKKAIDO, BEYOND THE SNOW
เมื่อหิมะละลาย ฮอกไกโดเผยอีกด้านของฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยภูเขาสีเขียว อากาศสดชื่น และความสุขของการใช้ชีวิตกลางแจ้ง
พูดถึงฮอกไกโด หลายคนคงนึกถึงหิมะเป็นอันดับแรก แต่หากได้กลับมาเยือนเกาะทางเหนือของญี่ปุ่นในช่วงฤดูร้อน ภาพตรงหน้ากลับแทบจะเป็นคนละเรื่อง ภูเขาสีขาวเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทุ่งดอกไม้แต่งแต้มสีสันตามฤดูกาล อากาศบนที่สูงยังคงเย็นสบาย และช่วงกลางวันที่ยาวนานขึ้นก็ทำให้มีเวลาออกไปกิจกรรมข้างนอกได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น สำหรับคนไทยที่อยากหนีอากาศร้อน ช่วง Green Season จึงเป็นอีกฤดูกาลที่น่าลองมาทำความรู้จักฮอกไกโดดูสักครั้ง
ทริปนี้เราได้สัมผัสหน้าร้อนผ่านสองรีสอร์ตบนภูเขาของ Club Med ได้แก่ Club Med Tomamu และ Club Med Kiroro Grand สองชื่อที่หลายคนคุ้นเคยในฐานะจุดหมายสำหรับการเล่นสกี แต่เมื่อหิมะละลาย พื้นที่เดิมกลับมีชีวิตในอีกแบบ เส้นทางเดินเขาและปั่นจักรยานเข้ามาแทนที่ลานสกี ตามด้วยกิจกรรมกลางแจ้งอีกหลากหลาย ขณะที่รูปแบบ All-Inclusive ช่วยให้วันหยุดง่ายขึ้น เพราะอาหาร กิจกรรม และความบันเทิงส่วนใหญ่ได้รับการจัดเตรียมไว้แล้ว เหลือเพียงเลือกว่าวันนี้อยากออกไปทำอะไร
CLUB MED TOMAMU
เช้าวันแรกที่ Club Med Tomamu เริ่มต้นเร็วกว่าวันหยุดทั่วไป เพราะหนึ่งในภาพที่อยากเห็นด้วยตาตัวเองคือ Unkai Terrace จุดชมวิวบนความสูงกว่า 1,000 เมตร การตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้วขึ้นกอนโดลาไปบนภูเขาอาจต้องอาศัยความพยายามอยู่บ้าง แต่หากสภาพอากาศเป็นใจ ภาพทะเลหมอกหรือ Unkai ที่แผ่ตัวเหนือหุบเขาก็คุ้มค่ากับการเสียเวลานอนไปสองสามชั่วโมง บริเวณด้านบนยังมี Cloud Walk และ Cloud Pool ให้เดินออกไปสัมผัสวิวในมุมต่าง ๆ เป็นเช้าที่เพียงยืนมองภูเขาและปล่อยให้อากาศเย็น ๆ ปลุกเราให้ตื่นเต็มตาก็เพียงพอแล้ว
กลับลงมาด้านล่าง Tomamu ในฤดูร้อนมีอะไรให้ทำมากกว่าที่คิด รีสอร์ตมีห้องพัก 322 ห้อง ซึ่งงานออกแบบของ Jean Philippe Nuel นำความร่วมสมัยมาผสมกับสีสันและเปิดรับวิวธรรมชาติของฮอกไกโด
ส่วนข้างนอกนั้นแทบจะเป็นสนามเด็กเล่นของคนรักกิจกรรม จะเดินเขา ปั่นจักรยาน ฝึกยิงธนู หรือเพิ่มความตื่นเต้นกับ Flying Trapeze ก็เลือกได้ตามอารมณ์ ส่วนครอบครัวก็สามารถแยกย้ายไปสนุกกับกิจกรรมที่แต่ละคนชอบ เด็ก ๆ มี Kids Club รองรับหลายช่วงวัย ขณะที่ผู้ใหญ่มีเวลาสำหรับกีฬาและการพักผ่อนของตัวเอง ก่อนกลับมาใช้เวลาร่วมกันอีกครั้งในช่วงเย็น
อีกหนึ่งช่วงเวลาพิเศษของทริปคือคลาส Mat Pilates กับ พลอย–ภัทรากร ตั้งศุภกุล จากกิจกรรมที่เราคุ้นเคยในสตูดิโอเมืองกรุง เมื่อย้ายมาอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นและพื้นที่สีเขียวของฮอกไกโด ความรู้สึกก็เปลี่ยนไป การค่อย ๆ เคลื่อนไหวร่างกาย ควบคุมลมหายใจ และจดจ่อกับแต่ละท่า ดูจะเข้ากับจังหวะของเช้าบนภูเขาได้อย่างพอดี ทำให้การออกกำลังกายกลายเป็นส่วนหนึ่งของวันหยุดอย่างเป็นธรรมชาติ
และเมื่อมาถึงตอนกลางของฮอกไกโด ก็พลาดไม่ได้กับการออกไปเที่ยว Furano โดยเฉพาะในฤดูร้อนที่เมืองนี้เต็มไปด้วยสีสัน Farm Tomita เป็นจุดหมายคลาสสิกสำหรับชมทุ่งลาเวนเดอร์ ต่อด้วย Furano Marche สำหรับชิมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ก่อนเปลี่ยนอารมณ์ไปเดินเล่นที่ Ningle Terrace กลุ่มกระท่อมไม้หลังเล็กใต้ป่าสนที่มีร้านงานคราฟต์ซ่อนตัวอยู่ตามทางเดิน เป็นภาพของฮอกไกโดที่ต่างจากเมืองหิมะอย่างสิ้นเชิง
CLUB MED KIRORO GRAND
เมื่อเปลี่ยนจาก Tomamu มาที่ Club Med Kiroro Grand อารมณ์ของการเดินทางก็ค่อย ๆ เปลี่ยนตามไปด้วย Kiroro ดูสงบและโอบล้อมด้วยผืนป่ามากขึ้น
รีสอร์ตตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาใน Akaigawa มีห้องพัก 266 ห้องที่นำแนวคิด Enchanted Forest มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ และหลังจากใช้เวลาอยู่ข้างนอกมาทั้งวัน สิ่งที่น่ารอคอยคือการกลับมาแช่ออนเซ็นแบบญี่ปุ่น ปล่อยให้น้ำอุ่นช่วยคลายความเมื่อยล้าไปอย่างช้า ๆ
ความสงบของ Kiroro ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีอะไรให้ทำ เมื่อไม่มีหิมะ ลานสกีเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่สำหรับ Mountain Boarding, Disc Golf, Park Golf, Nordic Walking และ Mountain Biking ขณะที่หนึ่งในกิจกรรมเด่นของฤดูร้อนคือ Zico 10 Soccer Camp ที่นำแนวทางการฝึกฟุตบอลสไตล์บราซิลมาสู่ฮอกไกโด ผ่านทีมโค้ชที่ได้รับการฝึกตามแนวทางของ Zico
ช่วงสายของอีกวัน พลอย–ภัทรากร กลับมานำคลาส Mat Pilates อีกครั้ง แต่เพียงเปลี่ยนสถานที่ อารมณ์ของคลาสก็ไม่เหมือนเดิม จากความเปิดกว้างของ Tomamu มาเป็นความนิ่งของภูเขาและผืนป่าที่ Kiroro จังหวะการเคลื่อนไหวช้า ๆ และการกำหนดลมหายใจจึงให้ความรู้สึกเหมือนได้พักทั้งร่างกายและความคิด ก่อนออกไปสนุกกับกิจกรรมอื่นต่อในช่วงบ่าย
ข้อดีอีกอย่างของการพักที่ Kiroro คือสามารถออกไปเที่ยว Otaru ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 40 นาทีได้ไม่ยาก เมืองท่าแห่งนี้เหมาะกับการเดินเล่นแบบไม่ต้องมีตารางแน่นนัก ตั้งแต่เลียบคลองโอตารุ แวะร้านเครื่องแก้วและกล่องดนตรี ไปจนถึงคาเฟ่ ร้านขนม และร้านของฝาก หากอยากเปลี่ยนจากวิวเมืองไปสู่ทะเล ก็สามารถออกเรือชม Otaru Blue Cave ได้เช่นกัน หรือหากมีเวลาเพิ่มอีกวัน ลองเดินทางต่อไปยัง Yoichi เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้และวิสกี้ หรือ คาบสมุทร Shakotan เพื่อชมชายฝั่งและผืนน้ำสีฟ้าเข้ม ทำให้วันหยุดที่ Kiroro มีทั้งภูเขา เมืองเก่า อาหาร และทะเลอยู่ในทริปเดียวกัน
ท้ายที่สุด ทริปนี้ทำให้ภาพจำของ “ฮอกไกโดในฤดูหนาว” เปลี่ยนไปไม่น้อย เพราะเมื่อหิมะละลาย ภูเขาไม่ได้สูญเสียเสน่ห์ไปไหน เพียงเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียว และชวนให้เราใช้เวลากับสถานที่แห่งเดิมในอีกจังหวะหนึ่ง บางวันอาจตื่นไปดูทะเลหมอก เดินเขา หรือฝึก Pilates ท่ามกลางธรรมชาติ ขณะที่บางวันก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากไปกว่านั่งมองภูเขาพร้อมกาแฟสักแก้ว สูดอากาศดี ๆ แล้วปล่อยให้วันหยุดค่อย ๆ ดำเนินไปตามจังหวะของมัน เพราะฮอกไกโดในฤดูร้อนอาจไม่ได้ขาวโพลนเหมือนภาพที่เราคุ้นตา แต่กลับมีสีสันมากกว่าที่คิด
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.clubmed.co.th/r/tomamu-hokkaido/s
https://www.clubmed.co.th/r/kiroro-grand/s
Facebook: Club Med Thailand