TOP

มันคือยุคของเธอ! เปิดบทสัมภาษณ์ “ปราง กัญญ์ณรัณ” โดดเด่นทุกบทบาท AROUND MAGAZINE

ว่ากันว่าคนเราหากประสบความสำเร็จในเรื่องงาน จะล้มเหลวเรื่องความรัก นั่นอาจไม่จริงเสมอไป โดยเฉพาะกับนักแสดงสาวหน้าคม ปราง – กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล เพราะหากมีการจัดอันดับความเป็นที่สุดของปีที่ผ่านมา เชื่อว่าจะต้องมีกระแสความฮอตฮิตของละครพีเรียดอย่าง บุพเพสันนิวาส ติดโพลทุกสำนัก และนั่นก็ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมากลายเป็นปีทองในเรื่องงานของเธอ เช่นเดียวกับเรื่องความรักที่ก็ทวีความหวานและชัดเจนขึ้นทุกวัน

ซึ่งทันทีที่มีคิวว่างเราจึงชวนเธอเก็บกระเป๋าออกเดินทางไปยังโรงแรมดีไซน์เก๋แห่งใหม่ของเกาะสมุย SALA Samui Chaweng Beach Resort เพื่อเก็บภาพแฟชั่นเซ็ตสุดปัง เป็นของขวัญรับปีใหม่ให้กับแฟน AROUND และใช้โอกาสนี้ให้สาวปรางได้พักผ่อนไปในตัว ในวันแรกที่เดินทางไปถึงจึงเราปล่อยให้เธอได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะเริ่มต้นลุยงานกันในวันที่สองแต่เช้าตรู่ ซึ่งด้วยความสวยงามลงตัวของสถานที่ บวกกับความเป็นมืออาชีพของเธอ และการร่วมมือกันอย่างดีของทีมงานทุกฝ่าย จึงทำให้การถ่ายแฟชั่นในวันนั้นเสร็จสิ้นไปอย่างราบรื่น ทั้งยังเหลือเวลาให้เราได้นั่งพูดคุยกับเธอแบบสบายๆ ริมทะเลอีกด้วย

โดยก่อนหน้าที่จะมาเป็นนักแสดงสาวมากฝีมืออย่างทุกวันนี้ เธอเติบโตขึ้นมาท่ามกลางการเลี้ยงดูที่เข้มงวดถึงขนาดที่แม้แต่เจ้าตัวเองยังยอมรับว่า ถ้ามีคะแนนเต็มสิบ ก็ให้ระดับความเข้มงวดเต็มสิบเลย “คุณแม่ปรางท่านจะเป็นคนที่มีกฏระเบียบเยอะมาก (ลากเสียงยาว) มากจนบางทีเมื่อก่อนเราก็คิดว่าจุกจิก คือเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แม้กระทั่งเรื่องปิดประตูห้องน้ำ ทุกอย่างในชีวิตคือเป็นกฏไปหมด ยกตัวอย่าง ถ้าใครไม่ปิดประตูห้องน้ำก็จะโดนครั้งละ 5 บาท ใครไม่เก็บรองเท้า คือถอดแล้วไม่วางเป็นคู่กันดีๆ ก็จะโดนครั้งละ 10 บาท ทุกอย่างมันเป็นกฏ เรื่องเล็กๆ น้อยก็เป็นกฏไปหมด แต่จริงๆ มันก็ทำให้เราเป็นคนมีระเบียบ ตรงต่อเวลา พอโตมาก็กลายเป็นนิสัยเราไปโดยอัตโนมัติ มันก็ดีนะคะ

ถึงแม้ว่าบางครั้งปรางเองจะรู้สึกว่าทำไมต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ แต่จริงๆ ที่บ่นนี่ก็ไม่ใช่เพราะอะไรหรอกนะคะ คือเงินหมดไง (หัวเราะ) มันมีปัญหาที่เรื่องของเงินมากกว่า ในส่วนของระเบียบนี่ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะเข้าใจว่าสิ่งที่แม่ทำมันก็คงดีน่ะแหล่ะ แต่ว่าเรารู้สึกเสียดายเงินค่าขนม เพราะวันหนึ่งเราได้แค่ 20 บาทเองตอนนั้น ซึ่งนอกจากโดนหักเงินค่าขนมแล้ว ก็ยังจะโดนตีด้วยค่ะ เพราะคุณแม่ปรางท่านมีความเชื่อว่าอย่างไรก็ต้องตี แต่แม่ก็จะตีแบบมีเหตุผล ซึ่งเหตุผลของคุณแม่ก็ชุดใหญ่ไฟกระพริบอยู่นะ (หัวเราะ) จัดหนักอยู่ค่ะ โดยเฉพาะพี่สาวกับปรางนี่จะโดนเยอะ เพราะน้องสาวนี่จะโตมาในช่วงที่หมดยุคไปแล้ว” เราแอบแซวว่าคุณแม่อาจจะตีไป 2 คน พลังเลยหมดหรือเปล่า สาวปรางจึงหัวเราะพร้อมกับบอกว่ายอมรับแต่โดยดี
ส่วนเรื่องที่ทำให้โดยตีบ่อยครั้งที่สุดสาวปรางบอกว่า คือเรื่องพี่น้องทะเลาะกัน เพราะคุณแม่ของเธอจะไม่ชอบเห็นพี่น้องทะเลาะกัน บางครั้งถ้าคุณพ่อเข้ามาห้าม ก็จะโดนตีด้วยอีกคน เอาล่ะ เชื่อแล้วว่าคุณแม่ของเธอดุจริงๆ แต่ถึงจะดุขนาดนี้แต่สาวปรางก็ยังไม่วายสร้างวีรกรรมสุดแสบ ชนิดที่คุณแม่ต้องเรียกหาไม้เรียวโดยด่วน “ที่บ้านปรางจะมีแทงก์น้ำเอาไว้ตักน้ำอาบ ด้วยความที่เราเป็นเด็กก็อยากมีอ่างอาบน้ำ อยากมีจากุชชี่ เราก็เลยลงไปเลยค่า (หัวเราะ) แล้วทุกคนก็ต้องอาบน้ำที่สกปรก เพราะว่าเราก็ไม่กล้าบอกแม่ จะเปลี่ยนน้ำเองก็ทำไม่ได้ ในที่สุดก็ความแตก ตอนเราซุบซิบคุยอวดพี่สาว คุณแม่เห็นเลยหันมาถามว่าซุบซิบอะไรกัน สุดท้ายก็ต้องบอกความจริง เพราะเด็กก็โกหกไม่เป็น วันนั้นโดนตีชุดใหญ่เลยค่ะ” พูดจบพร้อมส่งเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
แม้ว่าจะมีดื้อบ้างซนบ้างตามประสาเด็ก แต่หากเป็นเรื่องเรียนแล้วล่ะก็สาวคนนี้ไม่เคยเกเร ตรงกันข้ามเธอกลับมุ่งมั่นตั้งใจจนสามารถคว้าทุนเรียนได้ตั้งแต่ระดับมัธยมจนถึงมหาวิทยาลัย ด้วยเพราะความที่เป็นคนสมองไว จดจำอะไรได้เร็ว บวกกับความตั้งใจในห้องเรียน แม้ว่าจะไม่ได้ชอบเรียนเท่าไหร่นัก และหากมีเวลาว่างเมื่อไหร่เธอก็มักจะเลือกทำกิจกรรม มากกว่าเรียนพิเศษสายวิชาการ ซึ่งอาจจะด้วยความชื่นชอบในการทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กนี้เอง จึงทำให้เธอเลือกที่เดินเข้ามาบนเส้นทางสายวงการบันเทิง และประสบความสำเร็จกับบทของ แม่หญิงจันทร์วาด พร้อมกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่ตามมา “ในเรื่องของชื่อเสียงแน่นอนค่ะว่าเวลาเราไปไหนมาไหนมีคนรู้จัก พูดได้ว่าแทบทุกคนเลยที่รู้จักละครเรื่องนี้ แล้วทุกคนก็จำเราได้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในลุคไหน แต่งหน้าหรือไม่แต่งหน้าทุกคนจำได้หมด ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ประทับใจที่สุดสำหรับปรางตอนนี้เลยค่ะ แล้วก็เป็นเรื่องที่รู้สึกดีมากด้วยเช่นกัน จริงๆ แล้วที่ผ่านมาในชีวิตปรางก็มีหลายจุดที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ แต่ว่ามันก็พัฒนามาเรื่อยๆ ซึ่งถ้าให้นับจริงๆ ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นครั้งที่ประสบความสำเร็จที่สุดในชีวิตค่ะ” (ยิ้ม)
ความสำเร็จดังกล่าวนอกจากจะนำมาซึ่งความสุขแล้ว ในขณะเดียวกันความกดดันก็คือสิ่งที่ตามมาเป็นเงา “คือเหมือนว่าคนก็จะจับตามองเรามากขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้เรารู้สึกกดดันมากขึ้นนิดหน่อย แต่ปรางเองก็มีหลักการทำงานของตัวเองอยู่แล้วว่าไม่ว่าจะบทไหน ทำอะไร ปรางก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด สุดท้ายปรางว่าคนเขาก็รับรู้ได้ว่าเราตั้งใจเต็มที่แล้ว เพียงแต่ว่าก็ต้องอาศัยองค์ประกอบอะไรหลายๆ ด้วย” และถึงแม้ว่าช่วงที่ผ่านมาจะงานหนักคิวแน่นแค่ไหน แต่สาวคนนี้ก็ไม่เคยลืมที่จะดูแลตัวเอง โดยเธอจะอาศัยช่วงเวลาหลังกลับจากทำงานก่อนจะเข้านอน ออกกำลังเล็กๆ น้อยๆ ในห้องนอน แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ “ถ้าเราปล่อยให้มันผ่านไปเลย ไม่ทำอะไรเลยร่างกายจะเคยชิน แล้วมันจะเป็นความขี้เกียจ ไม่ยอมออกกำลังกาย การออกกำลังกายมันเป็นสารเสพติดอย่างหนึ่งนะคะ มันเหมือนว่าถ้าเราได้ทำอยู่เรื่อยๆ จะทำให้เราติด แล้วจริงๆ ก็ดีต่อสุขภาพเราด้วย แล้วอีกอย่างที่สำคัญก็คือเรื่องของสุขภาพจิต จิตใจคนเราสำคัญมากนะคะ ถ้าเรามีความสุขอะไรทุกอย่างก็จะออกมาดูดี หน้าตาจะสดใส ยิ้มแย้ม เพราะฉะนั้นสุขภาพจิตมันสำคัญ ทุกอย่างสามารถสื่อออกมาได้หมด”

พูดถึงตรงนี้ เราจึงเริ่มยิ่งคำถามต่อแบบไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัวเลยว่า แล้วเรื่องความรักมีส่วนทำให้สุขภาพจิตดีด้วยหรือเปล่า สาวปรางก็ส่งเสียงหัวเราะสดใส ก่อนตอบว่า “มีสิคะ ความรักเป็นสิ่งดีๆ สิ่งสวยงาม แต่ความรักก็ทำร้ายเราได้เหมือนกัน อยู่ที่มุมมองของคนเราด้วย สุดท้ายถ้าสามารถที่จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ ความรักมันก็เป็นสิ่งสวยงามนั่นล่ะค่ะ” ส่วนกับหนุ่มคนสนิท (โต้ง twopee) ซึ่งแม้จะมีสไตล์ที่ดูแตกต่างกัน แต่ด้วยความที่รู้จักกับเพื่อนกลุ่มเดียวกันก็เลยทำให้ได้โคจรมาเจอกันในที่สุด แต่กว่าจะได้เลื่อนขั้นใช้คำว่าแฟน แร็ปเปอร์หนุ่มคนนี้ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองอยู่เหมือนกัน  “ก่อนหน้านี้ที่เรายังไม่ใช้คำว่าแฟน เพราะว่าเป็นความสัมพันธ์ที่กลับมาคุยกันรอบ 2 ก็เลยอยากจะให้มั่นใจจริงๆ แต่ปรางก็ไม่เคยปิดบังว่าเราไปกินข้าวดูหนัง หรือไปเดทกันนะคะ คือก็ไปกันจริงๆ แต่นั่นมันก็คือช่วงเวลาที่ปรางต้องการให้เขาพิสูจน์อะไรบางอย่าง แล้วถ้าความรู้สึกปรางพร้อม ปรางมั่นใจเมื่อไร ก็ถึงจะใช้คำนั้น คือไม่เคยคิดอยากจะปิดบังอะไร แต่บางทีเรื่องความสัมพันธ์ของคนสองคนก็เป็นเรื่องที่พูดยากนะคะ ยิ่งเราอยู่ในจุดนี้ ต้องคอยให้สัมภาษณ์อยู่ตลอด เราก็อยากพูดอะไรที่พอพูดไปแล้วไม่ต้องมานั่งกลับคำ ไม่ใช่ว่าวันหนึ่งข้างหน้าจะต้องมาพูดอีกว่าเลิกกันอีกแล้ว และถ้าถามถึงสเปก จริงๆ แล้วปรางไม่ได้มีสเปกที่ตายตัว แต่ปรางชอบผู้ชายที่เก่ง เก่งอะไรก็ได้ เพราะผู้ชายเวลาที่เขาทำในสิ่งที่รักออกมาได้ดี ปรางว่านั่นก็คือเสน่ห์อย่างหนึ่งค่ะ” แหม เพราะแบบนี้นี่เองสาวปรางถึงได้เทใจให้หนุ่มโต้ง  ตลอดระยะเวลาที่ได้ทำงานร่วมกัน รวมถึงการได้นั่งพูดคุยกันในวันนี้ แม้เป็นเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ แต่เราก็สัมผัสได้ว่าเธอคือต้นแบบของนักแสดงที่มีความพยายาม ทั้งยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีสติกับทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือแม้กระทั่งความรัก นั่นเพราะเธอคิดเสมอว่า “ก่อนอื่นคือต้องรักตัวเองก่อน แล้วก็รู้ว่าเรามีเป้าหมายอะไรในชีวิต หามันให้เจอ อาจจะไม่ต้องยิ่งใหญ่มาก แค่เป้าหมายเล็กๆ ในชีวิตก็ได้ หรือถ้าอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ก็ลองมาดูว่าการที่คนเราจะมีความสุขต้องทำอะไรบ้าง จริงๆ มันก็อาจจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่บางทีคนเรามองข้ามไป ความสุขเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น การได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตาในครอบครัว ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เรามีความสุขได้แล้ว ซึ่งเรามักจะลืม มัวแต่ไปมองหาอะไรที่ไกลตัวมากๆ เพราะฉะนั้นถ้าเรารู้ว่าเราชอบอะไร แล้วรักตัวเอง ปรางว่าอย่างไรคนเราก็มีความสุขกับการใช้ชีวิตอยู่แล้วค่ะ

สำหรับคนที่มองปรางเป็นต้นแบบก็อยากจะให้ยึดเอาเรื่องของความตั้งใจ เพราะปรางเป็นคนที่ตั้งใจมากคนหนึ่ง ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม รู้ว่าเราชอบอะไร รักอะไร แล้วก็ตั้งใจทำสิ่งนั้นให้สุดๆ ไป เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจทีหลัง ปรางเองก็ไม่ได้โด่งดังมาจากละครเรื่องแรก เราผ่านมาตั้งกี่เรื่องแล้วกว่าเราจะมาถึงจุดนี้ ฉะนั้นก็อยากให้ตั้งใจและยึดมั่นในความเชื่อของตัวเองค่ะ และสำหรับในปีใหม่นี้ ปรางก็อยากจะให้เป็นปีที่ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าปีที่แล้วจะเป็นปีที่ดีมากๆ (เน้นเสียง) ของปราง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก เรื่องการงาน เรื่องครอบครัว หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ปรางรู้สึกว่าคนเราต้องมีเป้าหมาย แล้วก็พยายามพัฒนา ซึ่งตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรสำคัญไปมากกว่าการทำงาน นั่นก็คือการแสดงละคร การรับบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ ก็อยากจะทำให้ดีกว่าเดิมค่ะ” นักแสดงสาวหน้าคมทิ้งท้ายพร้อมด้วยแววตามุ่งมั่น ที่ทำให้เราเชื่อว่าเธอจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน       

Model: กัญญ์ณรัณ วงศ์ขจรไกล
PHOTOGRAPHER: inkrit
STYLIST: ศรัณยา อาริยะกุล
HAIR STYLIST: ยศภูมิ ดำรงค์เดชากูล
MAKEUP ARTIST: ณฐมณ จิตผ่อง
CLOTHES: Milin
LOCATION: SALA Samui Chaweng Beach Resort Tel. 077 905 888

 

นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพิ่มทางเลือกแรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เสมือนคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา