กทม. รับมือฤดูฝนปี 2569 เฝ้าระวังเพื่อคนกรุงเทพฯ
จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นมา คือ เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทยในปีนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม และเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เสริมเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบระบายน้ำเพื่อรับมือฝนตกหนักและน้ำทะเลหนุน เตรียมความพร้อมสถานีสูบน้ำ เสริมแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ติดตั้งเครื่องสูบน้ำกว่า 560 จุด พร้อมเสริมศักยภาพการระบายน้ำฝั่งตะวันออก ทั้งในระยะสั้น ระยะยาว และมาตรการแก้ไขเฉพาะจุด เพื่อบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อประชาชน
กทม. เตรียมพร้อมทุกระบบรับมือฤดูฝนอย่างมีประสิทธิภาพ
ในภาพรวมการบริหารจัดการน้ำของ กทม. ได้ดำเนินการลอกท่อระบายน้ำไปแล้วกว่า 3,739 กิโลเมตร (จากความยาวทั้งสิ้น 3,815 กิโลเมตร) หรือประมาณร้อยละ 98.1 ของแผนทั้งปี โดยแผนช่วงสุดท้ายต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ระบบพร้อมรองรับฝนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนคูคลองซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำ ขุดลอกไปแล้วกว่า 82% (ระยะทางรวม 267 กิโลเมตร) และการเปิดทางน้ำไหลดำเนินการได้มากกว่า 99% (1,412 กิโลเมตร) คลองสายสำคัญหลายสายดำเนินการแล้วเสร็จ ทำให้น้ำสามารถไหลได้สะดวก ลดจุดติดขัดที่เคยเป็นปัญหาซ้ำซาก รวมถึงได้เตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง สถานีสูบน้ำ 207 แห่ง ประตูระบายน้ำ 244 แห่ง และบ่อสูบน้ำ 371 แห่ง
ในส่วนของเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำ ซึ่งเป็นกำลังเสริมในสถานการณ์เร่งด่วน ปี 2569 กทม. ติดตั้งเครื่องสูบน้ำครบ 100% จำนวน 560 จุดทั่วเมือง รวมทั้งการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและการกระจายเครื่องสูบน้ำไปยังสำนักงานเขตครบ 50 เขต เมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 พร้อมกันนี้ ได้จัดเตรียมรถสูบน้ำเคลื่อนที่เร็ว (Mobile Unit) จำนวน 12 คัน เพื่อรองรับสถานการณ์
กทม. ยังได้เตรียมความพร้อมระบบเครื่องมือตรวจวัดและระบบสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม และวิเคราะห์สถานการณ์แบบเรียลไทม์ ประกอบด้วย
– ระบบเรดาร์ตรวจอากาศ C-Band จำนวน 2 สถานี
– ระบบตรวจวัดปริมาณฝน จำนวน 130 สถานี
– ระบบตรวจวัดน้ำท่วมผิวการจราจร จำนวน 248 สถานี
– ระบบตรวจวัดระดับน้ำในคลอง/แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 310 สถานี
– ระบบตรวจวัดอัตราการไหลของน้ำในคลอง/แม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 55 สถานี
– ระบบควบคุมและตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ จำนวน 270 สถานี
ทั้งนี้ ระบบทั้งหมดเชื่อมโยงข้อมูลเข้าสู่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้ม และสนับสนุนการตัดสินใจในการบริหารจัดการน้ำของ กทม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง
เตรียมพร้อมต่อเนื่อง เฝ้าระวังทุกสถานการณ์ฝน
กทม. ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสถานการณ์ฝนและระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง การพร่องน้ำในคลองก่อนเกิดฝนตก เพื่อเปลี่ยนคลองให้เป็นแก้มลิงชั่วคราว ช่วยให้น้ำไหลเร็ว ระบายเร็ว รับมือฝนได้ดีขึ้น การตรวจสอบความพร้อมประตูระบายน้ำ-สถานีสูบน้ำ-ระบบไฟฟ้า การติดตั้งเครื่องสูบน้ำชั่วคราวในจุดเสี่ยง การกำจัดสิ่งอุดตันท่อระบายน้ำ ขุดลอกคู คลอง และเปิดทางน้ำไหล กำจัดวัชพืช ผักตบชวา ขยะ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ เร่งระบายน้ำหลังฝนหยุดตก และเปิดใช้งานอุโมงค์ระบายน้ำบึงหนองบอนเต็มประสิทธิภาพในปี 2569 นี้
นอกจากนี้ กทม. เดินหน้ามาตรการระยะยาวใน ‘โครงการอุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน-คลองประเวศบุรีรมย์-คลองสี่’ ครอบคลุมพื้นที่ 6 เขต (152.90 ตารางกิโลเมตร) ดังนี้ เขตลาดกระบัง เขตหนองจอก เขตคลองสามวา (บางส่วน) เขตมีนบุรี เขตสะพานสูง และเขตประเวศ รองรับน้ำได้กว่า 4 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านอาคารรับน้ำ 3 แห่งเชื่อมสู่อุโมงค์ ระบายน้ำได้สูงสุด 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดการณ์ว่า เริ่มก่อสร้างปลายปี 2569 แล้วเสร็จในปี 2574 ซึ่งจะช่วยระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มต่ำได้รวดเร็วขึ้น ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง รองรับฝนตกหนักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ลดผลกระทบด้านการเดินทางและเศรษฐกิจ เพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ในระยะยาว
ร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และภาคีเครือข่าย
บูรณาการบริหารจัดการน้ำในกรุงเทพฯ
กทม. ร่วมมือกับกรมชลประทาน รับมือฤดูฝนปีนี้ ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ภาคสนามปฏิบัติงานร่วมกัน อาทิ ที่สถานีสูบน้ำคลองเปรมใต้ เพื่อบูรณาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่รอยต่อกรุงเทพฯ และจังหวัดปทุมธานี ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด ภายใต้ความพร้อมของระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่สถานีสูบน้ำทุกแห่งให้ทำงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ลดระยะเวลาน้ำท่วมขัง และสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน อีกทั้งได้ร่วมกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ดำเนินการปูผิวถนนด้วยแอสฟัลต์ (ยางมะตอย) ปรับระดับผิวจราจรบนถนนสายต่าง ๆ เช่น ถนนเพชรบุรี ซอย 7 บริเวณช่วงที่เป็นแอ่งและมักเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง พร้อมอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยในการสัญจรของประชาชน
กทม. ร่วมกับ JICA เดินหน้าแผนแม่บทระบายน้ำ 50 ปี
ยกระดับทั้งระบบ รับมือฝนตกหนัก-น้ำท่วมเมือง
กทม. ร่วมมือระหว่างประเทศกับ JICA (Japan International Cooperation Agency) จากญี่ปุ่น จัดทำแผนแม่บทการระบายน้ำในเขตเมือง ‘Project for Formulating the Urban Drainage Master Plan Bangkok Metropolitan Area’ ซึ่งมีกรอบเวลาการวางแผนระยะยาว 50 ปี รองรับสภาวะโลกร้อนที่ส่งผลให้ฝนตกหนักและรุนแรงมากขึ้น โดยเริ่มต้นขับเคลื่อนโครงการร่วมมือทางวิชาการในระยะ 5 ปี (ปี 2569-2574) แบ่งเป็นสองระยะ คือ ระยะที่ 1 (3 ปี) และระยะที่ 2 (2 ปี) มุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ การจัดทำแผนแม่บทภาพรวม การพัฒนาพื้นที่นำร่อง (Pilot Area) และการปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบระบายน้ำที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทาง JICA ยืนยันพร้อมสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมผลักดันให้กรุงเทพฯ มีระบบระบายน้ำที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว
📢 ช่องทางการติดต่อและแจ้งปัญหาน้ำท่วม
หากพบปัญหาน้ำท่วมขัง ขยะอุดตัน หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งได้ที่
📞 สายด่วน ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม
📞 โทร. : 0 2248 5115 (ตลอด 24 ชั่วโมง) หรือ Traffy Fondue
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ eBook กทม.สาร
คลิกลิงก์ 👉https://links.bookkurry.com/bkk_news_issue_303
