ขับเคลื่อนกรุงเทพฯ 261 นโยบาย และ ‘4 เรื่องด่วน’ เอกซเรย์ทุนเทา-เช็กอาคารเก่า-คุมกลิ่นโรงขยะ-ขีดเส้นสอบทุจริต
หลังจากเข้ารับตำแหน่งสมัยที่ 2 อย่างเป็นทางการแล้ว “นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลง 261 นโยบาย พัฒนาเมืองต่อเนื่อง แปลงนโยบายสู่แผนยุทธศาสตร์ จัดทำตัวชี้วัด (KPI) ทุกหน่วยงาน เพื่อให้ทำงานได้ทันที มีแผนการทำงานร่วมกัน กำหนดเป้าหมาย 100 วันแรก พัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตประชาชน พร้อมเดินหน้า 4 เรื่องด่วน ‘เอกซเรย์ทุนเทา-เช็กอาคารเก่า-คุมกลิ่นโรงขยะ-ขีดเส้นสอบทุจริต’
เร่งทำงาน ‘4 เรื่องด่วน’
เอกซเรย์ทุนเทา-เช็กอาคารเก่า-คุมกลิ่นโรงขยะ-ขีดเส้นสอบทุจริต
วันแรกของการทำงานสมัยที่ 2 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรียกประชุมคณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือ 4 ประเด็นเร่งด่วน
เอกซเรย์ทุนเทาต่างชาติ
ให้เข้มงวดในส่วนที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) รับผิดชอบโดยตรง โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพค้าขาย หาบเร่ แผงลอย หรือประกอบกิจการที่กฎหมายห้าม ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง กรณีเป็นชาวต่างชาติ กทม. ไม่มีอำนาจจับกุมโดยตรง ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจดำเนินการ พร้อมติดตามผลว่ามีการดำเนินการต่ออย่างไร เช่น การดำเนินคดีหรือการผลักดันกลับประเทศ เพื่อให้เห็นภาพรวมของการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวที่ประกอบอาชีพผิดกฎหมาย
สำหรับ ‘การตรวจสอบธุรกิจต่างชาติ’ กทม. ต้องเอกซเรย์ทุกพื้นที่ สั่งการให้แต่ละเขตรวบรวมข้อมูลกิจการที่น่าสงสัยในพื้นที่ ทั้งธุรกิจที่ไม่มีข้อสงสัยและธุรกิจที่ควรติดตาม ทั้งนี้ ไม่ได้มุ่งตรวจสอบเฉพาะธุรกิจของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ครอบคลุมทุกสัญชาติ เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีลักษณะธุรกิจแตกต่างกัน ซึ่งทุกเขตต้องรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน จากนั้นจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งกำชับให้ใช้อำนาจตามหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจสอบการดัดแปลงอาคารเพื่อประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เช่น สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ฯลฯ
เร่งตรวจสอบอาคารเก่าและความปลอดภัยของอาคาร
จากเหตุการณ์กันสาดปูนในเขตสัมพันธวงศ์ชำรุดและร่วงหล่น ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ 3 มาตรการ
1️⃣ การสำรวจห้องแถวเก่าทั้งหมด ที่มีอยู่ประมาณ 278,246 อาคาร แบ่งเป็น อายุเกิน 91 ปี จำนวน 435 อาคาร อายุ 51-90 ปี จำนวน 65,210 อาคาร อายุ 1-50 ปี จำนวน 212,601 อาคาร โดยระยะแรกให้ความสำคัญกับอาคารที่มีอายุมากกว่า 50 ปี รวมทั้งสิ้น 65,645 อาคาร แจ้งให้เจ้าของอาคารตรวจสอบสภาพอาคาร ประเมินความเสี่ยง และรายงานผลกลับภายใน 2 สัปดาห์ พร้อมจัดทำเช็กลิสต์สำหรับประชาชนและผู้ประกอบการนำไปใช้ตรวจสอบอาคารของตนเอง ซึ่ง กทม. จะติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับอาคารที่อยู่ติดพื้นที่สาธารณะ เช่น ถนนและทางเท้า เนื่องจากหากเกิดเหตุจะส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง
2️⃣ อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ จำนวนประมาณ 16,400 อาคาร ซึ่งตามกฎหมายต้องตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี และตรวจสอบประจำปี รวมถึงการซ้อมอพยพหนีไฟ ให้เร่งติดตามว่ามีการปฏิบัติตามกฎหมายครบถ้วนหรือไม่
3️⃣ ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างบนถนนและพื้นที่สาธารณะของหน่วยงานภายนอก อาทิ โครงการรถไฟฟ้า งานของการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ให้รวบรวมทุกจุดขึ้นแผนที่ กำหนดผู้รับผิดชอบ และตรวจสอบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ถนนสาทร ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และจุดที่มีการขุดบ่อของ กฟน. บางแห่งมีสภาพไม่ปลอดภัย ให้เร่งรัดแก้ไขโดยเร็ว
คุมกลิ่นโรงขยะ
จากการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงกำจัดขยะ พบว่าสถานการณ์โดยรวมและปัญหากลิ่นเริ่มดีขึ้น โดยเฉพาะโรงขยะอ่อนนุช แต่ยังคงให้บังคับใช้เงื่อนไขตามสัญญาอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินการปรับตามสัญญา พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากระบบตรวจวัดกลิ่น E-Nose เพื่อให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ได้แบบโปร่งใส รวมทั้งเผยแพร่ภาพจากกล้อง CCTV ในจุดที่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้ร่วมกันตรวจสอบการดำเนินงานของโรงงาน นอกจากนี้ กทม. จะลงพื้นที่พบปะประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบโรงขยะอย่างต่อเนื่อง รับฟังปัญหาและข้อกังวลเกี่ยวกับกลิ่น เพื่อสร้างความเข้าใจและแก้ไขปัญหาร่วมกัน ส่วนในระยะยาว โรงขยะอ่อนนุชจะได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่สีเขียวควบคู่กับระบบจัดการขยะที่มีคุณภาพตามแผนที่กำหนดไว้อย่างต่อเนื่อง
ป้องกันและปราบปรามการทุจริต
เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในการทำงาน แม้ว่าภาพรวมจะมีการพัฒนาที่ดีขึ้น แต่ยังมีหลายเรื่องที่ต้องติดตามต่อ สำหรับกรณีทุจริตโครงการลู่วิ่ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้สั่งการให้ปลัดกรุงเทพมหานครติดตามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงอีก 17 โครงการ ให้ติดตามและรายงานผลการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน ส่วนกรณีที่คณะกรรมการฯ มีคำสั่งให้สอบสวนใหม่ ให้เร่งดำเนินการตามข้อสังเกตและรายงานความคืบหน้าของการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนใหม่โดยเร็ว
นอกจากนี้ ให้ติดตามความคืบหน้าจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่ง กทม. ได้ส่งเรื่องตั้งแต่ช่วงแรกที่พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการทุจริต พร้อมติดตามตรวจสอบว่าดำเนินไปถึงขั้นตอนใดแล้ว เนื่องจาก ป.ป.ช. มีอำนาจและกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดรอบคอบกว่า “ทุกเรื่องถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จึงต้องเร่งรัดอย่างจริงจัง และไม่ปล่อยให้การกระทำของคนส่วนน้อยทำให้คนส่วนใหญ่เกิดปัญหา ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจที่ประชาชนมีต่อ กทม.” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
261 นโยบาย สู่แผนพัฒนากรุงเทพฯ
กทม. ขับเคลื่อน 261 นโยบาย สู่แผนปฏิบัติงานที่จะมีตัวชี้วัดชัดเจน สามารถดำเนินงานได้ทันที ทั้งโครงการต่าง ๆ ที่ค้างอยู่ อาทิ เรื่องการออกกฎระเบียบต่าง ๆ เรื่องศูนย์เด็กเล็ก โดย กทม. มีข้อบัญญัติแล้ว จึงต้องออกระเบียบเพื่อให้สามารถสนับสนุนศูนย์เด็กเล็กของเอกชนได้ รวมถึงการรับคนป่วยเพิ่มขึ้นของศูนย์บริการสาธารณสุข หากศูนย์ใดที่ยังรับได้ไม่ถึงหลักหมื่น ต้องปรับขยายขึ้น “เนื่องจาก กทม. มีนโยบายเพิ่มบัตรทองให้เป็น 1,300,000 คน ส่วนการปรับระบบรอหมอที่กำหนดว่า จะรอไม่เกิน 1 ชั่วโมงนั้น คาดว่าภายใน 100 วันจะทำสำเร็จได้” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว
สำหรับนโยบายด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายปลูกต้นไม้ 2 ล้านต้น กทม. เดินหน้าปลูกอย่างน้อย 100,000 ต้น ให้ได้ใน 100 วันแรก ส่วนนโยบายเรื่อง ‘ฝุ่น’ ดำเนินการให้มีการตั้งศูนย์จัดการเผาแบบครบวงจร ดูแลกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขยายการใช้ Low Emission Zone (LEZ) ให้ครอบคลุมรถกระบะ (ปิกอัพ) และรถยนต์ 4 ล้อ ซึ่งจะเริ่มทำทันที ขณะเดียวกัน จะมีการเพิ่มไฟจราจรแบบ Adaptive Control อีก 10 ทางแยก ปรับปรุงป้ายรถเมล์ 300 จุด แบ่งเป็นป้ายเสาเดี่ยว 200 ป้าย และแบบศาลา 100 หลัง และจากที่มีจุดเสี่ยงน้ำท่วม 737 จุด จะแก้ไขเพิ่มอีก 100 จุด ภายใน 100 วัน รวมถึงเตรียมความพร้อมอุโมงค์ระบายน้ำประเวศที่จะทำเชื่อมต่อจากคลองประเวศไปยังบึงหนองบอน ต้องเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องแถบลาดกระบัง
ส่วนนโยบาย ‘หาบเร่แผงลอย’ กทม. วางแผนเพิ่มพื้นที่ขายที่เหมาะสม อาจมีจุดผ่อนผันขนาดย่อย ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ กทม. ย้ำว่า “ทั้ง 261 นโยบาย ภายใน 100 วัน ต้องมีผลงานชัดเจนทุกนโยบาย”
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ eBook กทม.สาร
คลิกลิงก์ 👉https://links.bookkurry.com/bkk_news_issue_303
