TOP

‘เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท’ จับมือ ‘ฟิซซ์ บอยซ์’ จัดแชมเปญเทสติ้งส่งตรงจากแคว้นชองปาญ-อาร์แดน ประเทศฝรั่งเศส เตรียมเฉลิมฉลองปาร์ตี้ส่งท้ายปี ที่สายดริ๊งก์ไม่ควรพลาด!

เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) แลนด์มาร์ค CO-SHARING SPACE แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ ที่นำเอาทั้งการทำงาน และกิจกรรมไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบรวมไว้ด้วยกัน ครบครันด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทางธุรกิจระดับเวิลด์คลาส ที่ตอบสนองทุกฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างสมบูรณ์แบบ ณ ชั้น 19-20 ของ “อาคารเกษร ทาวเวอร์” ที่มีขนาดพื้นที่กว่า 2,300 ตารางเมตร ด้วยพื้นที่อำนวยความสะดวกรูปแบบใหม่ ออกแบบในสไตล์รีสอร์ทสุดหรู ผสมผสานระหว่าง “ธรรมชาติ” และ “เมือง” เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เปิดประสบการณ์ผ่านสัมผัสทั้ง 5 เป็นการสร้างสรรค์บรรยากาศ ด้วยองค์ประกอบธรรมชาติเพื่อความรื่นรมย์ มอบความรู้สึกผ่อนคลาย อิสระ ก่อให้เกิดแรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อีกทั้งยังเป็นโอกาสของการเชื่อมต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ความคิด และรสนิยม ซึ่งอาจนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจ

เพื่อมอบประสบการณ์แห่งสุนทรียภาพในบรรยากาศลักซ์ซูรี่ ให้ได้สัมผัสฟังก์ชั่น CO-SHARING SPACE อย่างใกล้ชิด และเพลิดเพลินไปกับการชมวิวป่าเมืองของมหานครกรุงเทพฯ อันงดงามจากมุมสูงแบบพาโนราม่า 180 องศา ไปพร้อมกับสุนทรียรสสัมผัสอันหลากมิติของแชมเปญ และรสสัมผัสนุ่มลึกของไวน์ ภายใต้บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง ของ งาน “Gaysorn Urban Resort X Fizz Boyz Exclusive Champagne Tasting” ที่ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท (Gaysorn Urban Resort) โดย แพทริค มาร์เทนส์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม ร่วมกับ ฟิซซ์ บอยซ์ (Fizz Boyz) โดย เวฟ เหล่าเศรษฐศาสตร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทผู้นำเข้าแชมเปญรายใหญ่กว่า 150 แบรนด์จากทั่วโลก ได้ร่วมกันรังสรรค์โมเมนท์พิเศษนี้ จัดให้เหล่าเซเลบริตี้คนดัง ได้สัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องดื่ม ที่ส่งตรงจากแคว้นชองปาญ-อาร์แดน (Champagne-Ardenne) ประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ผลิตแบบ Growers’ Champagne บูธีคแบรนด์ที่ได้รับความนิยมจากนักชิมทั่วโลก

งาน “Gaysorn Urban Resort X Fizz Boyz Exclusive Champagne Tasting” ถือได้ว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการเทสต์ไวน์และแชมเปญ บนพื้นที่ CO-SHARING SPACE เลยทีเดียว

 

แชมเปญแบรนด์แรกที่คัดสรรค์มาโดยเฉพาะ เพื่อเปิดประสบการณ์ให้เหล่านักดื่มตัวยง มีต้นกำเนิดในศตวรรษที่ 17 อย่าง “Chartogne-Taillet” (ชาตอง ทาเย) เป็นแชมเปญที่ผลิตโดยเลือกใช้องุ่นแดงปิโนต์ นัวร์ (pinot noir) 50% องุ่นขาวชาร์ดอนเนย์ (chardonnay) 40% และองุ่นแดงปิโนต์ เมอนิเยร์ (pinot meunier) 10% โดยมีการถ่ายทอดภูมิปัญญา และส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ปัจจุบัน Chartogne-Taillet เป็น Growers’ Champagne แบรนด์เดียวของชุมชน Merfy ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเนินเขา Reims ภายใต้การบริหารของ “อเล็กซานเดอร์ ชาตอง” (Alexandre Chartogne) ซึ่งเคยทำงานร่วมกับต้นแบบ และไอดอลผู้ผลิตแชมเปญอย่าง “Anselme Selosse” ที่ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอนของการบ่มแชมเปญ ตั้งแต่ผืนดิน การบ่มแชมเปญในเซลลาร์ ไปจนถึงการบรรจุขวด ก่อนจะกลับมาพัฒนาแบรนด์ของเขาเองในปี 2006 สำหรับแชมเปญของแบรนด์ที่ได้ลิ้มลองกันนี้คือ ‘Chartogne-Taillet ‘Cuvée Ste.-Anne’ Brut เป็นตัวเริ่มต้นที่กลมกล่อม สามารถทานคู่กับอาหารได้ดี โดยเฉพาะอาหารไทย หรืออาหารรสชาติเข้มข้น เช่น พาสต้าครีมซอส

ต่อกันด้วยแชมเปญยอดนิยมของเหล่า connoisseur ที่เลือกใช้องุ่นออร์แกนิคในการผลิตอย่าง “JM Seleque” (เจเอ็ม ซีลีค) จุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้ย้อนกลับไปในปี 1965 เมื่อ “อองรี เซลีค” (Henri Sélèque) ปลูกองุ่นต้นแรกใน Pierry ฟาร์มทางตอนใต้ของ Epernay และบ่มแชมเปญครั้งแรกในปี 1976 โดยให้ความสำคัญกับความสมดุลของธรรมชาติที่สุด โดย “ฌอง-มาร์ค ซีลีค” (Jean-Marc Seleque) ผู้กุมบังเหียนคนปัจจุบันของแบรนด์ ได้สืบทอดเจตนารมณ์ โดยให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ของการปลูกองุ่นแบบออร์แกนิค 100% ตั้งแต่ปี 2008 บ่มในห้องใต้ดิน ที่ใช้เหล็กกล้าไร้สนิม นำเข้าถังหมักจากแคว้นเบอร์กันดี เติมด้วยยีสต์ป่า ซึ่งเป็นกลางกับแชมเปญหมักแบบ Malolactic ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยเขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์จาก “นาปาวัลเลย์” ในแคลิฟอร์เนีย และ “ยาร์ราวัลเลย์” ในออสเตรเลีย กลับมาที่ Pierry ในปี 2008 ละเมียดละไมทุกขั้นตอน เพื่อให้รสชาติและเนื้อสัมผัสของแชมเปญ ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับแชมเปญของค่ำคืนนี้ คือ ‘JM Seleque Solessence 7 Villages Extra Brut NV’ เหมาะเป็นสตาร์ทเตอร์ที่ดีก่อนการรับประทานอาหาร

และแบรนด์สุดท้ายของค่ำคืน “Dhondt-Grellet” (ดอง เกเรต์) ที่จุดเริ่มต้นมาจาก “Eric Dhondt” (อีริค เกเรต์) และ “Edith Grellet” (อีดิธ เกเรต์) เกษตรกรเจ้าของฟาร์มองุ่นในเขต Côte des Blancs ตัดสินใจหยุดขายองุ่นให้พ่อค้า และเริ่มบ่มแชมเปญในปี 1986 หลังจากบ่มแชมเปญมาหลายทศวรรษ ก็ถึงเวลาต้องส่งไม้ต่อให้ทายาทรุ่นใหม่อย่าง “เอเดรียน ดอง” (Adrien Dhondt) ที่ไม่เพียงสืบทอดองค์ความรู้การบ่มแชมเปญของครอบครัว แต่ยังต่อยอดพัฒนาไปอีกขั้น โดยเลือกปลูกชาร์ดอนเนย์ (chardonnay) ราชินีแห่งองุ่นเขียวแบบออร์แกนิค ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมของหมู่บ้าน Cramant และ Cuis โดยแชมเปญที่นำมาเปิดให้ลิ้มลองกันคือ Dhondt-Grellet’s NV Extra Brut Blanc de Blancs Les Terres Fines 1er Cru บอดี้ของแชมเปญค่อนข้างเข้มข้น ให้รสสัมผัสแบบดราย (dry) ผสานกลิ่นและรสชาติของมิเนรัล (mineral) เหมาะรับประทานกับอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรม

และห้ามพลาด! สำหรับในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชวนทุกคนมาสนุกกับปาร์ตี้เคาท์ดาวน์ ในงาน Gaysorn “WHITE PARTY Countdown Celebration 2020” เติมเต็มบรรยากาศส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ชมวิวเหนือเส้นขอบฟ้ายามค่ำคืนของกรุงเทพฯ สนุกไปกับดนตรีหลากหลายแนว กิจกรรมบูธภาพถ่าย เพ้นท์ใบหน้าสำหรับแขกที่มาร่วมงาน พร้อมเครื่องดื่ม อาทิ บูธีคแชมเปญ Chartogne-Taillet, JM Seleque, Dhondt-Grellet และอาหารพร้อมเสิร์ฟตลอดคืน

 

ชวนกันมาสนุกกับปาร์ตี้ส่งท้ายปี ณ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท

วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง วันที่ 1 มกราคม 2563 เวลา 02.00 น.

และพิเศษ! ซื้อบัตรเข้างานล่วงหน้า ในราคาเพียง 2,000 บาท (จำนวนจำกัดเพียง 200 ใบเท่านั้น) และลูกค้า เกษร วิลเลจ รับส่วนลด 15%

ติดต่อซื้อบัตรได้ที่ เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท โทร. 0 2 253 3999 หรือ www.gaysornurbanresort.com

 

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา