TOP

ยลโฉมก่อนใคร! McLaren 720s Spider บอกเล่าอย่างเหนือชั้น ก้าวล้ำเหนือคู่แข่ง

เปิดตัวแมคลาเรน 720เอส สไปเดอร์ รุ่นที่สองของซูเปอร์ซีรีส์ อย่างเป็นทางการ ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมด้วยการจัดแสดงรถยนต์แมคลาเรน 570เอส สไปเดอร์ และโครงรถแมคลาเรน สุดยอดเทคโนโลยีอันน่าทึ่งระดับตำนานรถแข่ง เชื่อมั่นทั้งสามคันจะได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้เข้าชมงานและผู้ชื่นชอบรถซูเปอร์คาร์ ในงานรถประจำปีอันยิ่งใหญ่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ประจำปี 2562 ณ บูธ A19/2 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562

แมคลาเรน 720เอส ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 29.5 ล้านบาท จัดเป็นรถเปิดประทุนบรรจุดีเอ็นเอซูเปอร์ซีรีส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดที่เคยผลิตมา ประกอบด้วยเครื่องยนต์วี8 ขนาด 4 ลิตร ทวินเทอร์โบ และเป็นรถเปิดประทุนโมเดลแรกของแมคลาเรนที่นำเสนอลักษณะเด่นการใช้คาร์บอนไฟเบอร์ในโครงสร้างช่วงบน ทำให้น้ำหนักเบาลงอย่างมากที่สุดเพียง 1,332 กิโลกรัม สร้างประสบการณ์ตื่นเต้นเร้าใจให้กับผู้ขับด้วยขุมพลัง 720 แรงม้า แรงบิด 770 นิวตันเมตร และยังสามารถเลือกโหมดการแสดงผลการขับแบบสะดวกสบาย (Comfort) สปอร์ต (Sport) และสนามแข่ง (Track) ด้วยความเร็วสูงสุด 341 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในใน 2.9 วินาที

แมคลาเรน 720เอส สไปเดอร์ เป็นรถเปิดประทุน ที่มีความโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และเร้าใจ และจะสร้างปรากฏการณ์การขับรถให้ก้าวล้ำสู่อีกระดับปรากฏการณ์ใหม่ของรถซูเปอร์คาร์อย่างแท้จริง ด้วยน้ำหนักที่เบา ประสิทธิภาพอันทรงพลัง และนวัตกรรมการออกแบบอย่างเหนือชั้น แมคลาเรน 720เอส สไปเดอร์ ในซูเปอร์ซีรีส์นี้จะเผยให้เห็นการใส่ใจทุกรายละเอียดอย่างน่าทึ่งในการสรรสร้างนวัตกรรมที่จะปฏิวัติวงการยานยนต์ซูเปอร์คาร์อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมี แมคลาเรน 570เอส สไปเดอร์ เป็นอีกดาวเด่นในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ราคาจัดจำหน่ายเริ่มต้นที่ 26.5 ล้านบาท เป็นโมเดลสปอร์ตซีรีส์ที่กวาดมาแล้วหลากหลายรางวัล นำเสนอคุณลักษณะเด่น เครื่องยนต์วี8 ทวินเทอร์โบชาร์จ ความจุ 3.8 ลิตร ทรงพลัง 570 แรงม้า และแรงบิด 600 นิวตันเมตร เร่งความเร็วสูงสุดที่ 328 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเร่งความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.2 วินาที โครงคาร์บอนโมโนเซลทูสร้างอัตราส่วนต่อน้ำหนักอันน่าทึ่ง สร้างความเร้าใจในการขับทั้งบนท้องถนนปกติและบนสนามแข่ง หลังคาแข็งเปิดปิด กระจกบังลมเคลือบเงา และระบบพวงมาลัยไฮดรอลิกไฟฟ้ายิ่งสร้างความเร้าใจให้กับการขับเปิดประทุน

 

ชลธิช วรรณอุบล I บรรณาธิการดิจิทัล