TOP

ขยับเข้าใกล้สาวฮอตแห่งปี ‘ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์’ พร้อมพูดคุยสร้างพลังใจในช่วงกักตัวอยู่บ้าน

ในปีนี้นอกจากคลื่นความร้อนจะพุ่งทะยานไม่หยุดแล้ว ยังมาพร้อมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบตามๆ กันไปทั่วโลก และเพื่อให้สมกับที่เป็นเดือนแห่งความร้อนระอุ AROUND ฉบับนี้จึงชวน ใบเฟิร์น – พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ นางเอกสาวมากความสามารถ ที่แจ้งเกิดจากบทเด็กมัธยมวัยใสในภาพยนตร์ “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระดับขีดความสามารถด้วยบทบาทท้าทายมากยิ่งขึ้น มาโพสท่าสุดแซ่บแข่งกับความร้อนแรงของอากาศ พร้อมสร้างพลังใจให้ในช่วงที่ต้องกักตัวอยู่กับบ้านแบบนี้

เมื่อถึงเวลานัดหมาย สาวใบเฟิร์นก็มาพร้อมกับความสดใส สร้างบรรยากาศการทำงานให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากที่เงียบเหงาและตื่นกลัวกับกระแสการเฝ้าระวังไวรัสมาเป็นเวลาพักใหญ่ โดยเธอเริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงการดูแลสุขภาพตัวเองในช่วงนี้ ให้ฟังก่อนเป็นอันดับแรก “เวลาออกไปเจอคนก็ใส่แมสก์ค่ะ บางทีเฟิร์นทำงานก็ลำบากเหมือนกันค่ะ เพราะใส่ไม่ได้ ต้องแต่งหน้า ก็เลยจะใช้วิธีการขยันล้างมือเอา ซึ่งเมื่อก่อนเฟิร์นเป็นคนที่ขี้เกียจล้างมือมากเลย อย่างเวลาใส่คอนแทกเลนส์ ก็จะชอบล้างแค่ปลายนิ้ว ซึ่งเป็นนิสัยที่ไม่ดีนะคะ ทุกวันนี้ก็เลยต้องเปลี่ยนนิสัยตัวเองหมดเลยค่ะ แล้วยิ่งตั้งแต่ช่วงที่มีโควิด-19 นี่ก็ไม่ได้ออกไปเจอใครเลย เพราะกองถ่ายต่างๆ ยกกองทั้งหมด เฟิร์นก็เลยจะอยู่บ้าน 100% ตอนแรกไม่กล้ากลับไปหาพ่อแม่ด้วย เคยมีวันหนึ่งเฟิร์นถึงขนาดโทรไปหาผู้จัดการ ร้องไห้บอกว่าอยากกลับไปกินข้าวกับพ่อแม่ คือปกติเฟิร์นจะชอบไปกินข้าวที่บ้านค่ะ แต่พอมีเรื่องนี้ก็เลยทำไม่ได้ เพราะเราก็กลัวท่านจะเป็นอะไร ร้องไห้จนผู้จัดการบอกว่าเป็นบ้าไปแล้ว”

แม้จะต้องเผชิญกับช่วงวิกฤต แต่นักแสดงสาวก็เล่าให้เราฟัง พร้อมเสียงหัวเราะสดใส ก่อนจะขยายความให้เราสบายใจ ว่าตอนนี้เธอได้กลับไปหาคุณพ่อคุณแม่แล้ว พร้อมปฏิบัติตามหลักการ Social Distancing อย่างเคร่งครัดด้วยการไม่นั่งร่วมโต๊ะกินข้าว ใส่แมสก์ตลอดเวลา พร้อมทั้งเว้นระยะห่างระหว่างกัน ซึ่งแม้จะเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต แต่ก็นับว่ายังมีข้อดีซุกซ่อนอยู่ในวิกฤตการณ์ครั้งนี้อยู่บ้างเหมือนกัน “เฟิร์นไม่เคยได้หยุดอยู่กับตัวเองเฉยๆ เช็กตัวเองว่าเป็นอย่างไรบ้าง รอผลงานออก ปกติจะต้องเร่งไปหมดว่าเดี๋ยววันนี้ทำงานนี้ อีกวันต้องทำอันนี้แบบนี้ค่ะ พอทุกวันนี้ได้มีเวลาว่างก็เป็นชีวิตที่ดีไปอีกแบบหนึ่งนะคะ ซึ่งเฟิร์นก็จะใช้เวลานี้ดูซีรีส์ แล้วก็รีวิวสินค้าค่ะ (หัวเราะ) คือเฟิร์นชอบขายของ เราก็เอาของที่เราเป็นพรีเซนเตอร์อยู่ ใช้อยู่แล้ว กินอยู่แล้ว มาอัดคลิปทำรีวิว จนเพื่อนชอบแซวว่าเป็นเน็ตไอดอล ซึ่งก็สนุกดีเหมือนกันนะคะ” (ยิ้ม) เรียกว่าเป็นหลักการคิดและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ได้ดีจริงๆ ซึ่งหากใครจะนำไปใช้บ้างสาวใบเฟิร์นก็ไม่สงวนสิทธิ์นะคะ  

และหากว่าไม่ได้เกิดวิกฤตโรคระบาดครั้งนี้ขึ้น ในช่วงเวลานี้เราก็คงได้ชมผลงานของเธอกันอย่างเพลิดเพลินไปแล้ว โดยตอนนี้เธอเพิ่งจะเริ่มต้นถ่ายทำละครเรื่อง ‘สร้อยสะบันงา’ ทางช่อง 3 ไปเพียง 1 คิว ซึ่งเรื่องนี้นอกจากจะเป็นการร่วมงานกับช่อง 3 ครั้งแรกแล้ว สาวใบเฟิร์นยังได้กลับมาร่วมงานอีกครั้ง กับนักแสดงหนุ่มที่ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นอย่าง นาย – ณภัทร เสียงสมบุญ “บรรยากาศการถ่ายทำวันนั้นก็ร้อนระอุมาก คิวแรกที่เปิดไป ก็ได้เจอกับน้องนายแล้วค่ะ เป็นฉากเถียงกันอย่างเดียว ซึ่งการกลับมาเจอกันกับนายครั้งนี้ก็ต่างไปจากเดิมมากเลย เพราะหนูกับนายต้องเล่นพีเรียด ช่วงสมัย ร.7 แล้วเราทั้งคู่ไม่เคยเล่นละครพีเรียดกันมาก่อนเลย ก็ค่อนข้างเกร็งค่ะ กว่าจะพูดได้แต่ละประโยค เพราะเราจะติดพูดไม่เต็มเสียงแบบวัยรุ่นทั่วๆ ไปค่ะ ซึ่งก็จะโดนดุกันทั้งคู่เลย (หัวเราะ) แล้วก็ห้ามเล่นหน้าเล่นตาแบบในปัจจุบันด้วยค่ะ (หรือที่สาวใบเฟิร์นเรียกว่า “หน้างู้ยๆ” พร้อมทำหน้าโชว์) อีกเรื่องคือ สิเหน่หาสาหรี่ ซึ่งก็ยังไม่ถ่ายทำเลย เล่นกับพี่ฌอห์นทางช่องวัน คงอีกสักพักหนึ่ง แต่ก็อยากให้รอติดตามชมกันค่ะ”

ส่วนผลงานที่ไม่ต้องรอนานเลยคือ การรับบทบาทนักพากย์เสียงครั้งแรกของเธอ ในภาพยนตร์เรื่อง “มู่หลาน” ซึ่งเธอเองก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับโอกาสนี้ “เฟิร์นคิดกับตัวเองว่าเราคงไม่มีโอกาส เรียกว่าอย่าฝันเลยดีกว่า เพราะคนที่ได้ร่วมงานกับดิสนีย์ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักร้อง แล้วพอทางดิสนีย์ติดต่อมา ก็ยังไม่อยากเชื่อเท่าไหร่ แต่เขาก็บอกว่ายังไม่ได้นะ เฟิร์นต้องไปแคสเสียงเหมือนกับคนอื่นๆ แล้วเขาก็บอกว่าที่ติดต่อมาเพราะเขามีโอกาสได้ดูนิรา ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับมู่หลาน ตรงที่ต้องมีพาร์ทผู้ชาย แล้วโชคดีที่มู่หลานเวอร์ชั่นนี้ไม่ต้องร้องเพลง แต่ที่ทรมานกว่าการรอผลว่าจะได้หรือไม่ได้ คือความกดดันหลังจากที่รู้ว่าได้แล้ว เพราะหนูก็โตมาในยุคของการ์ตูนมู่หลาน แล้วพี่ได๋ที่เคยรับหน้าที่นี้มาก่อนก็ทำดีมาก เลยยิ่งบอกกับตัวเองว่า ‘อุตส่าห์ได้พากย์เสียงการ์ตูนในดวงใจนะ อย่าทำหนังเขาพังนะ’ ตอนได้มาทำจริงๆ เนื่องจากว่าหนูเป็นคนใช้เสียงไม่เก่ง แล้วก็ไม่เคยทำมาก่อน แต่เคยพากย์เกม ลงเสียงเกมมาก็จะรู้แล้วว่ามันยาก ซึ่งเฟิร์นโชคดีตรงที่มี Acting Coach ที่เป็นเหมือนผู้กำกับ มาคอยยืนไกด์อยู่ทุกคำเลย ความยากของการพากย์เสียงคือ เขาไม่ได้พูดเป็นปกติเหมือนเวลาเราเล่นละครที่ใช้เสียงปกติ พอเป็นหนังพากย์ไทยเราจะพูดธรรมดา เรียลมากเท่าฝรั่งหรือเท่าแอ็กติ้งในหนัง มันไม่ดึงคนดู ก็เลยต้องใช้การแอดลิบเสียง ขึ้นเสียง ลงเสียง เน้นเสียงต่างๆ ซึ่งก็แปลกดีค่ะ ตัวเฟิร์นเองก็เคยดูหนังพากย์ไทยมาอยู่แล้ว เราก็จะพอรู้ ผสมกับอินเนอร์ของมู่หลานในคาแรกเตอร์ที่เราเข้าใจ หรือถ้าอันไหนที่เป็นซีนอารมณ์แล้วหนูทำไม่ได้ ก็ยืนร้องไห้เลย ยืนร้องไห้จริงๆ ไปด้วย อยู่หลังไมค์แล้วก็พากย์ไปด้วยค่ะ”

โดยก่อนหน้าที่เธอจะได้แสดงความสามารถด้านการเป็นนักพากย์ให้ได้เห็นกันนั้น เธอได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถทางการแสดงที่ได้รับการยอมรับ ผ่านการพลิกบทบาทที่หลากหลาย ซึ่งเธอบอกว่าเกิดขึ้นจากโอกาสดีๆ ที่เข้ามา “สำหรับเฟิร์น เฟิร์นแค่รู้ตัวเองว่าเราเป็นคนที่ชอบการแสดง แต่บางคนอาจจะบอกว่าเราเล่นดีขึ้น หรือมีพัฒนาการ ซึ่งมันอาจจะเป็นเรื่องปกติที่มาควบคู่ไปกับประสบการณ์ของคนๆ หนึ่ง ที่โตขึ้น จากเป็นเด็ก 16 – 17 เจอโลกมาเท่านี้ ก็เล่นออกมาได้แบบนี้ พอเริ่มโตขึ้น เริ่มกว้างขึ้น เริ่มเจอความผิดหวังเยอะขึ้น ก็ทำให้ตัวละครของเราลึกซึ้งขึ้นตามไปด้วย (ยิ้ม) คือเราแค่มีโอกาสได้แสดงในบทบาทใหม่ๆ ซึ่งโอกาสนั้นมันก็มาจากผู้ใหญ่ที่มั่นใจในตัวเรา มากกว่าที่เรามั่นใจในตัวเองอีก มันก็เลยเป็นเหมือนความขอบคุณที่เราได้รับโอกาสดีๆ ก็เลยยิ่งต้องทำออกมาให้ดี”

เมื่อถามถึงความหมายของ ‘นางเอก’ ในความคิดของนางเอกสาวมากความสามารถคนนี้ ก็ได้รับคำตอบมาว่า “เฟิร์นว่านางเอกก็คือคนปกติคนหนึ่งเลย เฟิร์นมีทั้งเล่นเป็นแบบแบ๊วใส แสนหวานก็มี หรือว่าดาร์กสุดๆ ก็มี เฟิร์นก็เลยรู้สึกว่านางเอกก็คือคนๆ หนึ่ง ที่ละครโทรทัศน์เรื่องหนึ่งเลือกเอาชีวิตเขามาเล่า คนก็เลยเรียกว่าเป็นนางเอก เพราะบทนำอยู่ที่คนนี้ เล่าเรื่องชีวิตของคนๆ นี้ เฟิร์นมองว่าเขาก็คือคนๆ หนึ่ง ดังนั้นเขาจะเป็นอะไรก็ได้ เฟิร์นไม่เคยมองว่าตัวละครของเฟิร์นนิสัยไม่ดี หรือเลวร้ายเลยนะ เฟิร์นจะรู้สึกว่าก็เทาดีนะ โชคดีที่คนเขียนบทยุคนี้ก็เขียนทุกอย่างตามความเป็นจริงมากๆ แล้วเฟิร์นเองก็มีโอกาสถ่ายทอดชีวิตคนๆ นี้ เฟิร์นไม่ได้มองว่าเขาต้องแสนดี หรือไม่ดี เราแค่กำลังเล่าเรื่องเขาอยู่เท่านั้นเองค่ะ ซึ่งการพลิกคาแรกเตอร์รับบทบาทที่หลากหลาย ก็เป็นข้อดีที่ทำให้เราเกิดความไว้ใจในตัวเอง เพราะปกติแล้วหนูเป็นคนไม่มีความมั่นใจ จะมีความรู้สึกว่าตัวเองทำไม่ได้ แม้แต่วันที่ถ่ายก็จะรู้สึกอยู่ตลอดเวลา แต่พอเอาเข้าจริงๆ แล้ว แค่เราปล่อยไปตามนั้น ปล่อยไปตามความเข้าใจของตัวละคร ในเมื่อเราเป็นตัวละครนั้นอยู่แล้ว ก็อย่าเอาตัวใบเฟิร์นมาตัดสินว่าดีหรือไม่ดี ถูกหรือผิด ดีไม่พอนั่นคือความคิดของเฟิร์น ไม่ใช่ความคิดของตัวละคร เพราะฉะนั้นเฟิร์นเป็นตัวละครไปแล้ว มันก็ควรจะต้องเป็นไปตามนั้น ดีไม่ดีก็ปล่อยให้เป็นไปแล้วกัน ถือว่าเราเป็นตัวละครอย่างดีที่สุดเท่าที่เราทำได้แล้ว”

นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในฐานะของการเป็นนักแสดง ซึ่งสวนทางกับเรื่องความรักที่พอเราเอ่ยปากถามถึง เธอก็รีบให้คำตอบแบบทันทีทันใดว่า “แห้งเหี่ยวค่ะ” ก่อนจะหัวเราะพร้อมกับขยายความต่อว่า “ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจนะคะ หนูว่าหนูโอเคมากๆ แล้วก็เป็นปกติสุดๆ คือเหมือนชีวิตหนูลงตัวทุกอย่าง ก็เลยไม่จำเป็นต้องไปขวนขวายหาอะไร มีงาน มีเพื่อน มีผู้จัดการ มีครอบครัว ทุกอย่างมันเต็ม เพราะฉะนั้นคนที่จะเข้ามา เขาต้องเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตที่ค่อนข้างจะมีความสุขมากๆ อยู่แล้วของเฟิร์นให้ได้ เพราะเฟิร์นจะให้ความสำคัญกับคนในสังคมรอบตัวเฟิร์นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่พี่น้อง ผู้จัดการ เพื่อน ดังนั้นถ้าจะมีใครคนหนึ่งเข้ามา เขาต้องอยู่ในสังคมที่สำคัญทั้งหมดนี้ของเฟิร์นได้ค่ะ” ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้ คงอีกไม่นานเกินรอที่สาวเจ้าบทบาทคนนี้ จะได้เจอใครที่เข้ามาเติมเต็มได้ในเร็ววัน

 

MODEL: พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์

PHOTOGRAPHER: พลอยภัทร

PHOTOGRAPHER ASSISTANT: พลภัทร นรเศรษฐกานนท์

STYLIST: #styledbykn

HAIR STYLIST: ศราวุธ เรขาลิลิต

MAKEUP ARTIST: จีระ เจริญธมะสุข

CLOTHES: PANYA โทร. 095 623 6693 / Asava 1,1/1,1/2 ซ.สุขุมวิท 45 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ โทร. 0 2662 6526 ต่อ 45 / Milin ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ โทร. 0 2658 1134, ชั้น 1 ดิเอ็มโพเรี่ยม โทร. 0 2259 8752

SHOES: Christian Louboutin ชั้น G เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่ โทร. 0 2160 5814

ACCESSORIES: NGG JEWELLERY โทร. 0 2295 2995, www.nggjewellery.com

LOCATION: Sindhorn Midtown Hotel Bangkok Tel. 0 2796 8888

Website: sindhornmidtown.com

Facebook: Sindhorn Midtown Hotel Bangkok

 

******************

เรื่อง จักรีรัตน์ อัสดรวุฒิไกร

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา