TOP

ความสุขกับชีวิตแบบเฮลตี้ ของสาวร่างเล็กพลังบวก ‘เต้ย – จรินทร์พร จันเกียรติ’

รอยยิ้มสดใสที่เรามองเห็นกันจากภายนอกของนักแสดงสาวร่างเล็ก ‘เต้ย – จรินทร์พร จุนเกียรติ’ คือสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ ซึ่งทำหน้าที่สร้างความสุขให้กับผู้คนรอบข้างเสมอมา นอกเหนือไปจากผลงานการแสดงอันหลากหลายของเธอแล้ว แต่ใครจะรู้บ้างว่าภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้ม และร่างเล็กๆ ของเธอนั้น ต้องแบกรับความกดดันของกระแสดราม่า และคำบูลลี่ต่างๆ นานามาตั้งแต่แรกเข้าวงการเรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้

“สมัยก่อนก็ไม่เข้าใจคำว่าบูลลี่เหมือนกันนะคะ ก็เพิ่งจะมาเข้าใจ เพิ่งมา realize กับตัวเองตอนที่อายุเท่านี้แล้วว่าสิ่งที่เราเคยโดยนั่นคือการบูลลี่นี่หน่า จริงๆ โมเดลเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเหมือนเดิมกับดราม่าต่างๆ ที่ทุกวันนี้เราเจอเลยนะคะ เพียงแต่ว่ามันขยายใหญ่ขึ้น เป็นร้อยเท่าพันเท่า เพราะคนสามารถเข้าถึงโซเชี่ยลได้มากขึ้น คือสมัยก่อนมันก็เป็นแค่ในเว็บบอร์ดหนึ่ง คนกลุ่มหนึ่งที่เล่นคอมพิวเตอร์ เล่นอินเตอร์เน็ต เขาก็จะคอมเมนต์ในนั้น ตอนนั้นเต้ยก็ weak มากเลย เพราะเต้ยค่อนข้างเป็นคนแคร์คนมากๆ แล้วยังเด็กด้วย เต้ยร้องไห้ไปเป็นวันๆ คิดว่าคนนี้ต้องไม่ชอบฉันแน่เลย คนนั้นต้องเกลียดฉันแน่เลย ไปโรงเรียนก็ไม่ค่อยกล้ามองหน้าใคร เพราะไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไรกับเรา ทั้งๆ ที่เราก็ยังไม่เคยทำอะไรใครเลยด้วยซ้ำ เมื่อก่อนยังไม่มีเฟสบุ๊ก มีแต่ไฮไฟว์ พอมาตอนนี้สังคมมันเริ่มโตขึ้น เริ่มมีช่องทางที่คนเข้าถึงกันได้ ไม่ใช่เข้าถึงเต้ยนะคะ แต่ใครก็ตามในสังคมเขาสามารถเข้าถึงกันได้ จากเรื่องเล็กๆ ตอนนั้นมันขยายใหญ่ขึ้น แล้วกลายเป็นว่าทุกคนที่มีโทรศัพท์ตอนนี้ สามารถที่จะบูลลี่ใครก็ได้ โดยที่เราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้”

และเมื่อถามว่าการที่โดนบูลลี่มาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตในวงการบันเทิง ทำให้เธอรับมือกับข่าวต่างๆ ได้ง่ายดายมากขึ้นหรือไม่นั้น สาวเต้ยก็ให้คำตอบกับเรามาว่า “เต้ยว่าเต้ยเพิ่งจะดีขึ้นเมื่อปีนี้เองค่ะ คือที่ผ่านมาก็เรียนรู้ว่าเราไม่สามารถที่จะไปกำหนดความคิดของใครได้ เพราะฉะนั้นเราก็ทำตัวเองให้ดีค่ะ แต่ก็จะมีเป็นช่วงๆ เหมือนกันนะคะ ช่วงที่รับมือไม่ได้ ช่วงที่รับมือได้ ก็มีสลับๆ กันไป เป็นมาเรื่อยๆ แล้วพอมาช่วงหลังที่เต้ยเพิ่งมาโดนอีกรอบเมื่อไม่นานนี้ ก็ทำให้เซไปเหมือนกันนะคะ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ทำให้เรารู้ว่าเราไม่ควรเอาชีวิตเรา ไปขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของคนอื่นขนาดนั้น ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรไม่ดีนะคะ คือพอเรามานั่ง realize ว่าเราทำดีที่สุดแล้ว เราตั้งใจกับหลายๆ เรื่องมากแล้ว ถึงขนาดที่ว่าเรารู้สึกว่าถ้าเราตัดสินใจแบบนี้ ถ้าเราทำแบบนี้เราจะไม่ regret กับมันแน่ๆ เพราะว่าเราคิดมาดีแล้วจริงๆ พอเวลาเจออะไร เราก็จะคิดว่ามันเป็นความคิดเห็นของเขา มุมมองของเขา ก็ไม่เป็นไร จะไม่เก็บเอามาทำให้เราแย่ค่ะ ซึ่งกว่าที่จะคิดได้แบบนี้เราก็ต้องน่วมกับมันสักพักหนึ่งค่ะ (หัวเราะ) จนรู้สึกว่าขี้เกียจแล้วเนอะ ทำไมเราต้องใช้ชีวิตแล้วรู้สึกไม่เฮลท์ตี้แบบนี้ด้วย ก็เลยลืมตาขึ้นมาแล้วก็คิดว่าทำไมเราต้องเป็นแบบนี้ด้วยนะ ก็แฮปปี้สิ เราก็ใช้ชีวิตเราสิ เขาไม่ได้มารู้นี่ว่าเวลาเราจะตัดสินใจ เราจะทำอะไร เราเป็นแบบไหน เขาไม่ได้มารู้ เขาไม่ได้มาเสียใจกับเรา เขาไม่ได้มา suffer กับเราในหลายๆ เรื่อง เพราะฉะนั้นเราเป็นคนที่รู้ตัวเองดีที่สุด ก็ไม่จำเป็นจะต้องไป คือจะใช้คำว่าไม่ให้ค่าก็ไม่ได้ เพราะเขาก็ไม่ได้ไม่มีคุณค่า เอาเป็นว่าคำวิจารณ์อะไรที่มันมีประโยชน์กับการที่เราเอามาพัฒนาตัวเอง เราก็นำเอามาพัฒนาตัวเอง แต่คำวิจารณ์อะไรที่มันเป็นการปาอารมณ์ใส่กัน โดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่ใช่เรื่องก็อาจจะไม่รับ แค่นั้นล่ะค่ะ (ยิ้ม) แล้วจะบอกว่าเต้ยโชคดีที่มี  inspiration จากคนที่เต้ยรัก และคนที่อยู่รอบข้างเต้ยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นพี่ผู้จัดการ หรือคุณพ่อคุณแม่ พี่โอปอล์ และแกงค์ญาติมิตรของเต้ย แกงค์เฟอร์บี้ หรือเวลาเราไปทำงานแล้วเจอใครก็ตามค่ะ” 

ส่วนในตอนนี้เรื่องที่เธอกำลังถูกจับตามองก็แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้นเรื่องความรักครั้งใหม่ ว่าจะเป็นใคร แล้วจะใช่ไฮโซอย่างเพื่อนของเธอหรือไม่ เรื่องนี้ก็ไม่ได้สร้างความกดดันให้เธอเท่าไหร่นัก เพราะเธอให้คำตอบกับเรามาอย่างมั่นใจและอารมณ์ดีว่า “เต้ยมองเป็นเรื่องขำๆ มากกว่าค่ะ คือเต้ยเข้าใจนะคะถ้าคนเขาจะคิดแบบนั้นก็คิดได้ค่ะ แต่ว่าเต้ยอายุ 30 แล้วนะ เต้ยไม่ใช่เด็กแล้วที่จะต้องไปทำอะไรตามใคร แล้วคำว่าไฮโซ มันคือคำจัดกัดความของใคร ต้องเป็นแบบไหนถึงจะเรียกว่าไฮโซ อีกอย่างเต้ยทำงานในวงการนี้มา เต้ยก็ดูแลตัวเองมาโดยตลอดนะคะ บ้านที่สร้าง รถที่ซื้อ ครอบครัวที่ดูแล มันคือมาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองทั้งนั้น เพราะฉะนั้นที่บอกว่าจะต้องมีแฟนเป็นไฮโซนี่ เต้ยว่าการคิดแบบนี้มันตื้นเกินไปค่ะ สำหรับเต้ยนะ เพราะเต้ยคิดว่าเต้ยมีคุณค่ามากกว่านั้น ไม่ว่าเราจะไปคบกับใครในอนาคต ถึงเขาจะมีคำนำหน้าในสังคมว่าเป็นไฮโซหรือไม่ก็ตาม เต้ยว่าสิ่งที่เต้ยกำลังมองหาอยู่ทุกวันนี้ มันคือการมีความสุขกับชีวิตจริงๆ หมายความว่าเราอยู่กับใครแล้วเฮลท์ตี้ เราเข้ากับเขาได้ เราสามารถเคารพ ในสิ่งที่เขาเป็นได้ เขารักครอบครัว เขามีแนวคิดที่เรารู้สึกว่าเราชอบความคิดแบบนี้ แล้วพออยู่ด้วยกันเราสามารถที่จะพากันไปในทางที่ดีได้ เพราะฉะนั้นในส่วนของหัวข้อที่ว่าเขาจะเป็นใคร มาจากไหน มันคืออีกเรื่องหนึ่งเลยสำหรับเต้ยค่ะ ตอนนี้เต้ยก็เลยยังไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเต้ยอายุ 30 แล้ว แล้วถ้าทุกคนมาโฟกัสเรื่องนี้ เดี๋ยวไม่มีใครกล้าเข้ามา แล้วเต้ยต้องขึ้นคาน ก็แอบกลัวอยู่นะ สังคมต้องใจเย็นๆ นิดหนึ่งนะคะ ถ้าเกิดเต้ยขึ้นคานขึ้นมาทำอย่างไร รับผิดชอบหรือเปล่า” (ยิ้ม) ถามแบบนี้เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนอยากจะรอรับผิดชอบดูแลหัวใจกันเป็นแถวแน่ๆ เอาเป็นว่ากองเชียร์อย่างเราก็คอยลุ้นกันอยู่ห่างๆ แต่ในตอนนี้ที่ไม่ต้องรอลุ้นให้เสียเวลาก็คือผลงานละคร ที่ล่าสุดนอกจากจะมีเรื่องความทรงจำสีจาง ให้ได้ติดตามแล้ว เร็วๆ นี้ก็ยังจะมีโปรเจ็กต์สนุกๆ ที่ใช้ชื่อว่า Roundness ให้ได้ติดตามกันอีกด้วย 

เป็นการพูดคุยกันบนโต๊ะกลม ซึ่งบนโต๊ะนั้นก็จะมาพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องของการเป็นนักแสดงค่ะ ว่าในอาชีพนักแสดงมันมีเรื่องราวอะไรอย่างไร แบบไหนบ้าง คือนอกจากเต้ยแล้วก็จะมีพี่ๆ เพื่อนๆ นักแสดงท่านอื่นๆ ด้วยค่ะ คือเป็นเหมือน documentary ที่นั่งคุยกันประมาณ 5-6 คน นั่งถกกันเรื่องนั้น แล้วก็มีอีกหนึ่งโปรเจ็กต์ที่กำลังเป็นความลับอยู่ตอนนี้ ทำกับพี่อ้อม สุนิสา ต้องติดตามกันค่ะว่าจะเป็นอะไร” ด้วยภายนอกที่เราเห็นสาวเต้ยดูเป็นผู้หญิงหวาน ตัวเล็ก แต่พอได้มาคุยจริงๆ บวกกับการติดตามดูผ่านช่องทางอินสตาแกรม จะได้เห็นว่าสาวตัวเล็กคนนี้มีอะไรที่ขัดกับลุค มาเซอร์ไพรส์แฟนๆ อยู่หลายครั้งเหมือนกัน ทั้งเรื่องการลุยเข้าป่าทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงกิจกรรมล่าสุดกับการเล่นสเก็ตบอร์ด 

“จริงๆ เต้ยมีอะไรที่ขัดกับลุคหลายอย่างเลยนะคะ (หัวเราะ) แต่ว่าคนอาจจะไม่ค่อยจำ ตัวเต้ยจริงๆ เป็นคนที่ลุยคนหนึ่งเลยนะ กิจกรรมที่ชอบทำก็มีทั้งดำน้ำ ไปเที่ยวแอดเวนเจอร์ก็ทำได้หมด ส่วนการเล่นสเกตบอร์ด ก็เริ่มมาจากการที่ชอบเล่นสโนว์บอร์ดก่อน พอช่วงที่มีโควิด-19 ไปเล่นไม่ได้ก็เลยหันมาเป็นสเก็ตบอร์ดแทน แล้วเต้ยสนิทกับพี่เคน ธีรเดชด้วย ก็เลยเหมือนเรามีเพื่อนชวนกันเล่นแบบนี้ค่ะ” นอกจากกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้จะสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของเธอออกมาแล้ว บ้านหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่บอกความเป็นตัวตนของเธอได้อย่างชัดเจน บ้านหลังนี้ของเต้ยถ้าดูภายนอกมันดูสตรองมากเลยค่ะ จะดูขัดกับภาพเต้ยที่ทุกคนเห็น ทุกคนถ้ามาก็จะถามว่านี่ใช่บ้านเต้ยจริงๆ เหรอ มันดูไม่เหมือนเต้ย แต่จริงๆ นั่นคืออินเนอร์ของเต้ยนะคะ เต้ยอยู่ในวงการแบบนี้มานานแล้ว การที่อินเนอร์ข้างในเต้ยเป็นแบบหนึ่ง แต่ลุคข้างนอกเต้ยเป็นอีกแบบหนึ่ง เต้ยก็จะหาตรงกลางกับมันได้ เวลาที่ต้องไปรับบทบาทใสๆ หรือยิ้มหัวเราะร่าเริง นั่นก็คืออินเนอร์ของเต้ยอย่างหนึ่ง เต้ยก็แฮปปี้แบบนั้น คือเราไม่ปฏิเสธมัน แต่คนอาจจะแค่ไม่เห็นข้างในขนาดนั้น บ้านก็เลยจะค่อนข้างแมนมากๆ เลยค่ะ” 

จากการพูดคุยและทำงานร่วมกันในวันนี้ แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะเวลาไม่นาน แต่ก็ทำให้เรารู้ความจริงเกี่ยวกับเธออย่างหนึ่งนั่นคือ เต้ย – จรินทร์พร คือนักแสดงสาวคนหนึ่ง ที่มีความคิดและความสามารถสวนทางกับรูปร่างไซส์มินิ ที่เห็นจากภายนอกอย่างแท้จริง…

MODEL: จรินทร์พร จุนเกียรติ

PHOTOGRAPHER: พลอยภัทร

PHOTOGRAPHER ASSISTANT: พลภัทร นรเศรษฐกานนท์

STYLIST: #styledbykn

HAIR STYLIST: Jacklyn JcReef

MAKEUP ARTIST: Andi

CLOTHES: ASAVA 1,1/1,1/2 ซ.สุขุมวิท 45 คลองตันเหนือ วัฒนา กรุงเทพฯ โทร. 0 2662 6526 ต่อ 45, TandT ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 086 662 2516

SELFMADE THE LABEL ชั้น 1 เทอร์มินอล 21 อโศก โทร. 095 921 9204, fb:selfmade_thelabel, Ig:selfmade_thelabel, Line:@selfmade_thelabel 

ACCESSORIES: NGG JEWELLERY โทร. 0 2295 2995, www.nggjewellery.com

SHOES: ROGER VIVIER ชั้น G ดิ เอ็มโพเรี่ยม โทร. 0 2664 8442

LOCATION: Park Hyatt Bangkok Central Embassy, 88 Wireless Road, Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330

Penthouse Bar + Grill, Ambassador Suite Room โทร. 0 2012 1234

อีเมล: bangkok.park@hyatt.com

เว็บไซต์: www.parkhyattbangkok.com

 

***************************

เรื่อง จักรีรัตน์ อัสดรวุฒิไกร

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา