TOP

กทม. เปิดโมเดล ‘เมืองสุขภาพดี’ ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและเครือข่าย เพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคนเมือง

กรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดโมเดลเมืองสุขภาพดี’ สร้างสุขภาวะที่ดี ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว สะดวก และเท่าเทียมกัน ผ่านโครงการและรูปแบบการดำเนินการที่ผสมผสานระหว่างการใช้เทคโนโลยี และการเพิ่มศักยภาพให้แก่สถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ และศูนย์สุขภาพชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ

มุ่งใช้เทคโนโลยีดูแลสุขภาพคนเมือง

สำหรับ ‘โมเดลเมืองสุขภาพดี’ ที่ กทม. กำลังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลเอกชนและร้านขายยา ซึ่งถือเป็นพันธมิตรในการดูแลประชาชน เช่น โครงการรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน หรือการที่คนไข้สามารถเข้ารับบริการที่ร้านยาที่จดทะเบียนกับสภาเภสัชกรรม 

นอกจากนี้ กทม. ได้เชื่อมโยงข้อมูลกับสถานพยาบาลกว่า 8,800 แห่ง รวมถึงร้านขายยา คลินิกชุมชนอบอุ่น คลินิกแพทย์แผนไทย และแล็บเทคนิคการแพทย์ ผ่านระบบ Health Link ทำให้โรงพยาบาลในสังกัด กทม. ทั้งหมดสามารถส่งต่อข้อมูลถึงกันได้ หากระบบนี้เชื่อมโยงได้ทั่วประเทศ จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่อการรักษาพยาบาลไม่ว่าประชาชนจะรับการรักษาที่ใด การเข้าถึงข้อมูลการรักษาจะเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น

 

ศูนย์ UMSC ปักธง ‘อำนวยความสะดวก’ ให้ผู้รับบริการ

ในด้านระบบสารสนเทศโรงพยาบาล และศูนย์ UMSC (Urban Medicine Service Center) หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขตเมือง มุ่งเป้าดูแลประชาชนเชิงรุกผ่านเทคโนโลยี เน้นเป็น ‘ผู้อำนวยความสะดวก’ ให้ประชาชนผู้รับบริการ อาทิ

🔘 ตอบกลับคนไข้ไวทันใจ ผ่าน LINE OA (LINE Official Account ‘UMSC’) ภายใน 15 นาที ได้สูงถึง 99%

🔘 บริการครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นนัดพบแพทย์ออนไลน์ จองรถรับส่งผู้สูงอายุ/คนพิการ ส่งยาถึงบ้าน หรือเยี่ยมบ้าน โดยมียอดผู้ใช้บริการในปี 2568 ผ่านโรงพยาบาลสังกัด กทม. ทั้ง 11 แห่ง และศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 69 แห่ง รวมจำนวนมากกว่า 960,000 ครั้ง

🔘 เก็บข้อมูลกลุ่มโรคต่าง ๆ เช่น กลุ่มโรคจากความร้อนช่วง 1-2 เดือนในฤดูร้อน รวมถึงกลุ่มโรคในช่วงฤดูฝน เพื่อวางแผนเฝ้าระวังสุขภาพประชาชน

🔘 เพิ่มช่องทางบริการด้านสุขภาพ ด้วยการเปิดศูนย์ UMSC ในศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ครบทั้ง 69 แห่ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

 

เปิด ‘คลินิกพรีเมียม’ ในโรงพยาบาลสังกัด กทม.

‘คลินิกพรีเมียม (Premium Clinic)’ ในโรงพยาบาลสังกัด กทม. ได้แก่ โรงพยาบาลกลาง โรงพยาบาลตากสิน โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ โรงพยาบาลสิรินธร โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ และโรงพยาบาลหลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ  เป็นบริการพิเศษเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ป่วยที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ลดระยะเวลารอคอย ทำการตรวจรักษาโรคทั่วไป, ตรวจด้านอายุรกรรม, ออกใบรับรองแพทย์ ให้บริการในวันและเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ระหว่างเวลา 08.00-16.00 น. สำหรับค่าบริการเริ่มต้น 300 บาท สามารถใช้สิทธิข้าราชการและรัฐวิสาหกิจได้ ส่วนการให้บริการนอกเวลาราชการมีเพียงบางโรงพยาบาลที่เป็นคลินิกพรีเมียมเฉพาะทาง เปิดให้บริการเวลา 16.00-20.00 น. อาทิ โรงพยาบาลราชพิพัฒน์, โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์

                                              

Motorlance

กู้ชีพ 8 นาทีทอง

Motorlance หรือบริการการแพทย์ฉุกเฉินโดยรถจักรยานยนต์ เป็นทีมจักรยานยนต์กู้ชีพฉุกเฉินที่มาพร้อมเครื่องมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเครื่อง AED ใช้เวลาเข้าถึงจุดเกิดเหตุเฉลี่ย 7.41 นาที พร้อมกันนี้ กทม. ยังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่มีทักษะกู้ภัยมาฝึกอบรมเป็นพนักงานฉุกเฉินการแพทย์ (Emergency Medical Technician: EMT) เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

 

สำหรับช่องทางการติดต่อบริการการแพทย์ฉุกเฉิน Motorlance

โทร. 1669 โดยมีจุดจอดบริการ ได้แก่

🔘 โรงพยาบาลกลาง

🔘 จุดจอดเอราวัณลาดยาว (เขตจตุจักร)

🔘 จุดจอดสำนักงานเขตราชเทวี

🔘 จุดจอดเอราวัณลาดพร้าว (เขตลาดพร้าว)

🔘จุดจอดเอราวัณรามอินทรา

🔘 จุดจอด อปพร. เขตดอนเมือง

🔘 โรงพยาบาลบุษราคัมจิตการุณย์

 

BMA Command Center

และระบบจราจรอัจฉริยะ

พร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน

กทม. ตั้งศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center) แห่งใหม่ ณ  ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) เพื่อบริหารจัดการเมืองแบบเบ็ดเสร็จ โดยเชื่อมโยงกล้อง CCTV กว่า 60,000 ตัว รวมถึงกล้องจราจรและกล้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างภาพจำลองเมืองเสมือนจริงในการบริหารจัดการเหตุการณ์ ใช้ระบบ Adaptive Control คือการนำ AI มาควบคุมสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมกับปริมาณรถ ครอบคลุม 120 ทางแยก โดยทดสอบระบบการปฏิบัติงานของศูนย์ฯ ทั้งกระบวนการสั่งการ การประสานงาน และการสื่อสารระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อเดือนมีนาคม และใช้ปฏิบัติงานจริงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ BMA Command Center จะเป็นศูนย์บัญชาการที่สามารถเชื่อมโยงและแสดงผลข้อมูลสำคัญ เช่น ระดับน้ำในคลอง ข้อมูลสถานีสูบน้ำ และจุดเสี่ยงน้ำท่วม ผ่านระบบแดชบอร์ดเดียว ทำให้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ วางแผนเผชิญเหตุ และบัญชาการเหตุการณ์ได้อย่างรอบด้านและทันท่วงที ซึ่ง กทม. โดยสำนักการระบายน้ำ ได้ร่วมสนับสนุนข้อมูลด้านระบบระบายน้ำและสถานการณ์น้ำ เพื่อช่วยให้การตัดสินใจและการบริหารจัดการเหตุการณ์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ eBook กทม.สาร

https://links.bookkurry.com/bkk_news_issue_301

เหมือนจันทร์ ศรีสอาด