TOP

ทุกสถานะที่มีคำว่า “รัก” มุมมองของ เจมส์ มาร์ ที่บอกเล่าอย่างมีความสุข

ยากที่จะหาใครเหมาะสมกับแฟชั่นเซ็ตปกฉบับเดือนแห่งความรักไปกว่านักแสดงหนุ่มหน้าตี๋ เจมส์ มาร์ เพราะนอกจากจะครองตำแหน่งหนุ่มโสดในฝันของสาวๆ หลายๆ คนแล้ว ยิ่งเมื่อได้มีโอกาสพูดคุยเกี่ยวกับมุมมองความรักของเขาคนนี้ก็บอกเลยว่าโรแมนติกไม่เบา ทำเอาแอบอิจฉาสาวในอนาคตของหนุ่มคนนี้ขึ้นมาเลยทีเดียว ด้านโลเคชั่นของการถ่ายทำในโอกาสที่เป็นเดือนแห่งความรักทั้งที เราจึงเลือกปักหมุดที่ มัลดีฟส์ ด้วยเพราะเป็นจุดหมายปลายทางของทุกคู่รัก โดยเราพาทีมงานเดินทางกันไปถ่ายทำที่ โครงการ CROSSROADS ซึ่งเป็นที่ตั้งของรีสอร์ตสุดเก๋เปิดใหม่ บรรยากาศดีอย่าง Hard Rock Hotel Maldives และ Saii Lagoon Maldives พร้อมด้วย The Marina ที่รวบรวมหลากหลายความบันเทิง

 “มุมมองความรักของผมก็ค่อนข้างจะง่ายๆ simple ครับ ผมคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่ไม่ควรต้องรีบตามหา แต่เมื่อได้มาก็ขอให้ดูแลให้ดีๆ พูดตรงๆ ก็คือไม่อยากมีแฟนหลายๆ คน ไม่อยากต้องมาคอยหา แล้วก็เลิกบ่อยๆ เพราะไม่อยากรู้สึกเจ็บบ่อยๆ ฉะนั้นถ้าเกิดว่าผมเจอใครสักคน ผมก็อยากจะให้คนๆ นั้นเป็นคนที่ใช่กับเรา นั่นก็อาจจะหมายความว่าผมต้องใช้เวลาหน่อยในการหา แต่ก็ไม่ได้ว่าจะปิดกั้นไปเสียทีเดียว” นั่นคือมุมมองความรักจากปากหนุ่มตี๋เจ้าเสน่ห์คนนี้ที่เริ่มต้นบอกกับเรา พร้อมทั้งเล่าให้ฟังต่อว่าเขาอยากจะให้คนที่จะเข้ามาในชีวิตรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด เพราะเขาคิดว่านั่นคือสิ่งที่ควรจะทำให้กับคนที่เขารักทุกคน “ก็เหมือนกับสิ่งที่เราทำให้คุณพ่อคุณแม่เรา เพื่อนฝูงเรา คือเราอยากให้พ่อแม่รู้สึกว่าเราดูแลท่านได้ดี เราอยากให้เพื่อนรู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดี ก็เหมือนกันกับคนรัก คือความรักของผมไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เราก็อยากให้คนนั้นที่เรารักรู้สึกพิเศษที่สุด

สำหรับการที่จะทำให้คนที่เรารักรู้สึกพิเศษที่สุดได้นั้นอันดับแรกเราก็ต้องรู้ก่อนว่าเขาชอบอะไร ชอบไปที่ไหน ชอบกินอะไร แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มีช่วงโปรโมชั่น หรือถ้ามีก็มีนิดเดียวพอ คืออย่าให้มันรู้สึกแตกต่างกันมากครับ ในส่วนของผมก็คงจะทำกับข้าวให้กิน แล้วก็คอยทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้ อารมณ์ประมาณนี้ครับ คือผมว่ามันก็น่าจะมีแค่นี้ครับที่เราจะทำได้สม่ำเสมอ เพราะผมเชื่อในคำว่าสม่ำเสมอ คือความรักไม่ต้องหวานมากก็ได้ แต่ขอให้สม่ำเสมอ ขอให้อยู่ด้วยกันทุกวันๆ เรื่อยๆ แล้วก็มีความสุข อาจจะมีความสุขแค่ 1 เลเวล ก็โอเค ยังดีกว่าไปเลเวล 10 เลย แล้วก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันนานๆ เพราะบางทีพอหวานมากมันก็เลี่ยนมาก ผมว่าความพอดีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดครับฉะนั้นถ้าหากว่าวันหนึ่งที่ผมมีความรักก็คงรักษาน้ำหนักให้พอดีๆ ไม่ทุ่มมากครับ เพราะผมคิดว่าเราเองก็ต้องมีชีวิตของเรา แล้วเขาก็ต้องมีชีวิตของเขา คือถ้าเกิดว่าเราทุ่มเท จนทั้ง 2 ฝ่ายผูกมัดกันแน่นมาก สุดท้ายมันก็ไม่พอดีครับ ผมว่าเราต้องปล่อยให้เขามีเวลาที่จะไปเจอเพื่อนบ้าง เราเองก็ต้องมีเวลาของเราที่จะเล่นเกม หรือว่าจะไปออกกำลังกาย ตีกอล์ฟอะไรก็ว่ากันไป แต่สุดท้ายก็ต้องมีเวลาให้กันด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องจัดแบ่งเวลาให้ดีๆ ให้สม่ำเสมอครับ” แต่เมื่อพูดคุยกันถึงตรงนี้ หนุ่มหล่อหน้าตี๋กลับให้คำตอบเราไม่ได้ว่าตัวเองเป็นคนโรแมนติก ด้วยเหตุผลว่าไม่ได้มีประสบการณ์ทางด้านความรักมากสักเท่าไหร่นัก

“มันก็อาจจะค้านกันหน่อยว่าโอเคผมอาจจะคิดโรแมนติก แต่ถึงเวลาผมจะทำโรแมนติกไหมก็อีกเรื่องหนึ่ง ผมมองว่าคำว่าโรแมนติกมันกว้างนะครับ แล้วโรแมนติกของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเป็นการกินข้าวใต้แสงเทียน มีดอกไม้ให้กัน แต่บางคู่อาจจะชอบการไปกินข้าวอยู่กลางป่า กินก๋วยเตี๋ยวข้างถนน ตระเวนกินตามฟู้ดคอร์ท แต่อันนั้นคือเขารู้สึกโรแมนติก ผมถึงได้บอกว่าเดี๋ยวนี้มีตัวเลือกให้กับผู้คนเยอะมาก ไม่ว่าคุณจะชอบแบบไหน คำว่าโรแมนติกมันก็เกิดขึ้นได้ ถ้าเกิดว่าคุณรู้ใจซึ่งกันและกัน” ด้วยความที่ทุกวันนี้เพื่อนฝูงและคนรอบข้างหนุ่มเจมส์ ต่างก็ทยอยแต่งงานและมีคู่กันไปหมดแล้ว นั่นจึงทำให้เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับคำถามว่า คิดอยากที่จะมีแฟนกับเขาบ้างหรือยัง ซึ่งหนุ่มเจมส์ก็กระซิบบอกกับเราว่า ตัวเขาเองก็มีความคิดที่อยากจะมีแฟนอยู่ตลอดอยู่แล้ว เพียงแต่ติดปัญหาที่เรื่องของจังหวะเวลาเท่านั้น ซึ่งในวันข้างหน้าหากมีจังหวะเวลาที่ลงตัว เขาก็คงจะมีความรักเหมือนอย่างคู่อื่นๆ บ้าง โดยผู้หญิงที่จะทำให้เขาเกิดความรักได้นั้น ก็จะต้องเป็นผู้หญิงที่น่ารัก “น่ารักตรงนี้หมายความว่า เป็นคนที่สามารถทำให้เรายิ้มแย้มแจ่มใสตามเขาได้ เพราะว่าถ้าเรามีรอยยิ้ม นั่นคือจุดเริ่มต้นของความรักที่ดีสำหรับผมครับ

แต่ถึงแม้ว่าวันนี้จะยังไม่มีคนรัก แต่ผมก็ยังสามารถมีความรักได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดเลยก็คือมีความรักให้กับตัวเอง คือเราต้องให้คุณค่ากับตัวเอง คนอื่นถึงจะให้คุณค่ากับเราได้ สองคือคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว แน่นอนครับ แล้วก็เพื่อนฝูงและคนที่เราทำงานด้วยครับ คืออย่างถ้าเวลาผมทำงานหรือถ่ายละครนี่เราให้ความรักกับผู้กำกับ เราให้ความรักกับเพื่อนๆ นักแสดงด้วย มันก็ทำให้การทำงาน และมิตรภาพที่ดีขึ้น แล้วก็ไปถึงจุดนั้นได้ สุดท้ายก็ต้องให้ความรักกับน้องแมว (หัวเราะ) ผมว่าแมวมีนิสัยเหมือนผู้หญิงนะครับ คือมีความขี้อ้อนแต่ก็มีความเชิดในตัว ผมจะรู้สึกว่าแมวเหมือนนางเอกในละคร ถึงเวลาเดี๋ยวก็มา หรือถ้าเราอยากเล่นมากๆ นางก็จะไม่มา แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่นางต้องการจะเล่นกับเรา นางจะให้เรารู้ ผมจึงคิดว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีเสน่ห์มากๆ”

นอกเหนือจากความรักที่มีให้กับตัวเองและคนรอบข้าง หนุ่มคนนี้ยังมีความรักให้กับงาน ซึ่งก็คือการเป็นนักแสดงนั่นเอง และหลังจากสร้างกระแสกับบทบาทของ อ้ายหมอทรัพย์ ในละครเรื่องกลิ่นกาสะลองให้เป็นที่พูดถึงมาจนทุกวันนี้ได้แล้ว ในปีนี้เขาก็จะได้กลับมาประกบคู่กับนางเอกสาวสวยมากความสามารถอย่างสาว คิมเบอร์ลี่ อีกครั้งหนึ่ง “ละครเรื่องสองเสน่หาครับ รับบทเป็นคุณวาริช เขาเป็นคนที่มีปมเรื่องความรัก เพราะว่าภรรยาเก่าทิ้งเขาไป แต่พอเขาเจอกับผู้หญิงที่เขารักแล้ว กลับกลายเป็นคนที่เหมือนจะพยายามทำทุกอย่าง แต่ว่าไม่ชัดเจน ไม่ชัดเจนในคำพูดของตัวเอง เขาเป็นคนฉลาดมาก ทำทุกอย่างได้ดี เพียงแต่ว่ามันไม่ได้ชัดเจน 100% เท่านั้นเอง ไม่ชัดเจนในที่นี้คือว่าชอบหลงกลทุกคน พูดง่ายๆ คือโง่ครับ (หัวเราะ) สำหรับเรื่องนี้ก็ด้วยความที่ว่าเคยร่วมงานกับคิมอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว ก็เลยทำให้การทำงานง่ายครับ แล้วพอคิมมาเล่นเรื่องนี้ก็บอกเลยว่าค่อนข้างจะแตกต่างจากเรื่องอื่นๆ เลย คือเป็นเรื่องราวของฝาแฝดก็จริง แต่ว่าเนื้อเรื่องแซ่บครับ บอกเลยว่าใครที่ชอบดูละครแซ่บๆ ดูนางเอก ดูแฝดพี่แฝดน้องที่คนหนึ่งก็ดี๊ดี อีกคนหนึ่งก็ร้ายแบบร้ายมาก ร้ายไม่พอแรงด้วย ต้องดูครับ”

รวมถึงอีกหนึ่งเรื่องที่เพิ่งได้เห็นข่าวคราวการเปิดกล้องไปกับ ดวงตาที่ 3 ซึ่งประกบคู่กับเจ้าสาวหมาดๆ อย่าง มิว – นิษฐา สุดท้ายก่อนจากกันไปเขาได้ทิ้งท้ายถึงความประทับใจในการเดินทางมาทำงานครั้งนี้ว่า “รู้สึกดีมากครับที่ได้กลับมาร่วมงานกับ AROUND อีกครั้งหนึ่ง คืออย่างที่ได้เห็นกันไปแล้วว่าสองครั้งก่อนเราก็ได้มีโอกาสไปถ่ายในโลเคชั่นที่สวยดี มีเอกลักษณ์ พอมาครั้งนี้ก็พิเศษกว่าเดิม เพราะได้มาถ่ายกันถึงมัลดีฟส์เลย ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีมากๆ แล้วผมเองก็ชื่นชอบมากๆ ครับ มีความสุขที่ได้มา บรรยากาศทุกอย่างก็ดี ก็ถือว่าต้องขอบคุณทาง AROUND ด้วยครับที่เชิญมาถ่ายในรอบนี้ สำหรับบรรยากาศในการทำงานก็สนุกดีครับ ไม่เหนื่อยเลย เพราะการได้มาที่มัลดีฟส์ ได้เจอกับบรรยากาศของโรงแรมใหม่ๆ ก็เหมือนว่าได้มาเที่ยวไปในตัว แถมยังได้ร่วมงานกับพี่ๆ ทีมงานทุกคนที่น่ารักมากๆ ครับ” (ยิ้ม)


เรื่อง จักรีรัตน์ อัสดรวุฒิไกร

นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพิ่มทางเลือกแรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เสมือนคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา