TOP

Kate Spade New York Fall 2019 ส่งต่อแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ยุค 70s และ 40s

Fall 2019 เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล และรวมรวมงานความลักชัวรีอันเป็นที่สุดไวด้วยกัน ซีซั่นนี้ครีเอทีฟ ไดเร็คเตอร์ “นิโคล่า กลาส” ยังคงมุ่งมั่นสานต่อแบรนด์ดีเอ็นเอ สีสัน และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นทันสมัย และตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ป “Optimistic Femininity” หรือ ในมุมมองของผู้หญิงคิดบวก, สดใส, มั่นใจ และมีพลัง องค์ประกอบสำคัญของซีซั่นนี้ ได้แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ในยุค 70 และ 40 ด้วยการผสมผสานของงานผ้า และรูปทรงซิลลูเอทที่พริ้วไหว อันรวมถึงลายปริ้นท์หนังสัตว์ (เพราะเรารักลวดลายเสือดาว, จระเข้, เสือชีตาร์ และงูเท่าๆกัน) นอกจากนี้ องค์ประกอบของเนื้อผ้า, ลวดลายฟลอรัลอาร์ตแนวศิลปะชวนฝัน, ลายเส้นโค้ง และโทนสีสุดหรู ที่กลับมาสร้างความมีชีวิตชีวาให้กับคอลเล็กชั่นนี้อีกครั้ง

นิโคลา กลาส กล่าวว่า “ซีซั่นนี้ ฉันจินตนาการถึงตู้เสื้อผ้าสุดหรู ที่เต็มไปด้วยไอเทมต่างๆ ให้ได้มิกซ์แอนด์แมทซ์ได้ดังใจฝัน ฉันเห็นภาพของผู้หญิงที่กำลังเลือกเสื้อผ้า ที่แทบจะล้นออกมาจากตู้ มองหาชุดเรียบๆ แต่ยังคงความเฟมมินีน ฉันนึกถึงขุมสมบัติที่ถูกค้นพบ สมบัติที่ถูกรวบรวมเป็นหนึ่งเพื่อสร้างความน่าสนใจ และทันสมัยให้กับลุคนั้นๆ และยังคงสานต่อคอนเซ็ปการออกแบบหลักๆ ผสานเข้ากับแรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ในยุค 70 และ 40 พร้อมทั้งนำเสนอสไตล์ใหม่ๆ ทั้งโทนสีและวัสดุที่ใช้ เน้นความเรียบง่ายแต่สัมผัสได้ถึงรายละเอียดที่ผสมผสานเข้ากันอย่างลงตัว ลายปริ้นท์ยังคงถ่ายทอดลวดลายสัตว์ เน้นความเป็นธรรมชาติและโทนสีคัลเลอร์บล็อคเฉดใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง นอกจากนี้ยังได้ใส่รายละเอียดต่างๆ ลงไป อาทิ เสื้อคอปกแหลม, งานชายกระโปรงสุดอลังการ และออกแบบชุดเดรสสั้นไปจนถึงแม็กซี่เดรสตัวยาว ในส่วนของเครื่องประดับ ก็ยังคงเน้นเนื้องานเป็นพิเศษ อันรวมถึงลายปริ้นท์และโทนสี ที่สามารถจับคู่กันได้อย่างลงตัว

โทนสีใหม่ๆอันเป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ น้ำตาล, ชินนามอน, และโทนสีเบอร์รี่ ล้วนแล้วแต่มาสร้างความสนุกสดใส ไปจนถึงสีม่วงไลแลค ได้กลายเป็นสีหลักที่สามารถจับคู่สีได้กับทุกสี ตั้งแตโทนสีร้อนของน้ำตาล ไปจนถึงสีเขียวเอเวอร์กรีน และสีทองเรซิน

ในส่วนของสไตล์จะเน้นไปที่การผสมผสานของลายปริ้นท์ และเนื้อผ้าต่างชนิด (อาทิ การผสมเอาลายหนังจระเข้ และผ้าลูกฟูกเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสมดุล ระหว่างโทนสว่างและโทนแมทด้าน), ลายฟลอรัลปรินท์ที่ให้ความรู้สึกเสมือนลายสัตว์ และที่สำคัญการมิกซ์แอนด์แมทซ์ด้วยเครื่องประดับต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ เทรนด์กระเป๋าสองใบ, ผ้าโพกหัว และถุงน่องกลิตเตอร์วิบวับ คอลเล็กชั่น Fall 2019 นี้ได้รวบรวมเทรนด์ต่างๆ จากรันเวย์ทั่วโลก อาทิ แรงบันดาลใจจากยุค 70, โทนสีม่วงต่างๆ, ลายปริ้นท์ลายสัตว์, ลายปรินท์ฟลอรัลดอกไม้, เทรนด์เสื้อคลุมและเทรนด์กระเป๋าสองใบในลุคเดียว

 

เสื้อผ้า

สำหรับคอลเล็กชั่นนี้ มีวิวัฒนาการงานดีไซน์ ด้วยเนื้อผ้าใหม่ๆ, ลายปรินท์, โทนสี และการยกระดับชิ้นงาน ด้วยการประดับตกแต่งต่างๆ เน้นความเรียบง่าย และรายละเอียดที่สัมผัสได้ เข้าด้วยกันอย่างลงตัว, กระโปรงพลีททรงไม้กวาด และเสริมยางยืดที่ช่วยให้โครงสร้างดูนุ่มนวล ในขณะเดียวกันดีไซน์การจับจีบ หรือการทบผ้าที่เหลี่อมกันจะช่วยสร้างความพริ้วไหวให้กับเนื้อผ้า และดีไซน์เป็นพิเศษ เสื้อคาร์ดิแกนตัวโคร่ง หรือ เสื้อแจ๊กเก็ตโอเวอร์ไซส์ (ทำให้นึกถึงเสื้อผ้าของสุภาพบุรุษ) เน้นความหรูหราเรียบง่าย รวมถึงเสื้อโค้ทบุนวมนุ่มๆ, เสื้อคลุม, เสื้อเทรนช์โค้ท, เสื้อคลุมตัดเย็บแบบเฉียง และเสื้อคลุมแบบไม่มีแขน

กระเป๋า

เทรนด์กระเป๋า 2 ใบใน 1 ลุค ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะในเฉดสีเดียวกันแต่ต่างวัสดุ หรือการจับคู่กันของลายสัตว์ ซีซั่นนี้เราเริ่มต้นด้วยการลองจับคู่กระเป๋าไซส์ใหม่ๆ อาทิ กระเป๋ากล้องกับกระเป๋าหิ้วใบยักษ์สไตล์นักเดินทาง หรือ กระเป๋าใส่โทรศัพท์ กับกระเป๋าถือ จึงนับว่าเป็นการนำเสนอดีไซน์กระเป๋าใหม่ๆ โทนสี และดีเทลการออกแบบใหม่ๆ นั่นเอง

โครงสร้างกระเป๋าหลักๆ อาทิ กระเป๋ารุ่น Candid กระเป๋ากล้อง ที่สามารถใส่ไอโฟนไซส์ 33 มม.ได้ พร้อมด้วยดีไซน์สายคาดสองสีตัดกัน และกระเป๋ารุ่นแนะนา อีกรุ่น Romy ผลิตจากหนังปั้มลายหนังจระเข้ เป็นการผสมผสานระหว่างหนังละเอียดและหนังเรียบ และแต่งด้วยฝาปิดสเปดหัวใจทวิสต์ล็อค อันเป็นเอกลักษณ์ (ซึ่งสไตล์กระเป๋าถือใบเล็กนั้น เป็นอีกหนึ่งสไตล์ยอดนิยมของเรา), กระเป๋ารุ่น Tate กระเป๋าถือทรงสี่เหลี่ยมเบสิค หูจับดีไซน์โค้งกระชับ เน้นการใช้งาน และการผสนผสานของหนังสองแบบเข้าด้วยกัน กระเป๋ารุ่นถัดไป Farrah กระเป๋าสะพายทรงสี่เหลี่ยมสายยาว แต่งทวิสต์ล็อคหัวใจ และเป็นการผสมผสานของหนังกลับ และหนังกำมะหยี่เข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ ยังคงออกแบบกระเป๋ารุ่นหลักๆ ต่อเนื่องมาจากคอลเล็กชั่นก่อน อาทิ กระเป๋ารุ่นนิโคลา มาในรูปกระเป๋าถือ และกระเป๋าสะพาย ที่มิกซ์เอาหนังสัตว์และวัสดุที่ต่างกัน เช่น ลายเสือดาว, ลายงู และลายจระเข้ รวมถึง รุ่น Margaux กระเป๋าทรงสี่เหลือมผืนผ้าทรงเบสิค เน้นการใช้งาน มาในไซส์มินิ และลวดลายเสือดาว โทนสีต่างๆ กัน อีกรุ่นคือ Dorie กระเป๋าปั้มหนังลายหนังจระเข้และหนังงู รวมถึงงานเฟอร์ขนและลายปรินท์เมทัลลิค, กระเป๋ ารุ่น Betty กระเป๋าทรงถัง แต่งหนัง 2 ชนิด หนังแท้ และหนังกล้บ สุดท้ายกระเป๋าโท้ท รุ่น Molly เน้นการใช้งาน สามารถใส่แล็ปท็อปขนาด 13 นิ้วได้ และรุ่นสุดท้าย กระเป๋าทรงถัง เน้นความจุรุ่น Dorie ที่เน้นการใช้งานเป็นพิเศษ

ซีซั่นนี้ นับว่าเป็นซีซั่นที่เปิดตัวคอลเลกชันที่ 2 ของกระเป๋าคอลเล็กชั่น make it mine หรือคอลเล็กชั่นกระเป๋าที่สามารถตกแต่งออกแบบเองได้ตามใจ ด้วยการเปลี่ยนฝาปิดกระเป๋า, สายคล้องกระเป๋า และพิเศษด้วยฝาปิดกระเป๋าทวิสต์ล็อคอันเป็นเอกลักษณ์

 

เครื่องประดับ

เครื่องประดับซีซั่นนี้ยังคงความหรูหรา, ทันสมัย และเฟมมินีน ดังเช่น คอลเล็กชั่น Future Heirlooms ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุค 70 อาทิ หมุดและแหวนรูปทรงสเปด, เปลือกหอย, แมลงปอ และแมลงปีกแข็ง, ต่างหู และแหวนทรงอุ้งเท้าแมวสุดคิ้วท์ เป็นการผสมผสานของโลหะและหิน การดีไซน์หลักๆ เน้นความทันสมัย และผสมผสานของหินชนิดต่างๆ อาทิ เรซิน และกระเบื้องเคลือบ ในโทนสีคัลเลอร์บล็อคต่างๆ อาทิ ม่วง และ น้าตาล, ชมพู และ เหลือง สุดท้ายได้มีการเสนอคอลเลกชันจึ้ตัวอักษร ซึ่งออกแบบตามกราฟฟิกของ เคด สเปด อีกด้วย เครื่องประดับอื่นๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของซีซั่นนี้ อาทิ ยางรัดผม, ผ้าโผกหัว ที่มาในโทนสีฉูดฉาด, ลวดลายฟลอรัลดอกไม้ และลายสัตว์ อันรวมถึงถุงน่องกลิตเตอร์วิบวับ, ถุงเท้า และผ้าพันคอไหมในลายสัตว์โทนสีสดๆ

รองเท้า

รองเท้าซีซั่นนี้ เน้นถูกออกแบบมาในโทนสีเดียวกันกับคอลเลกชันเสื้อผ้า โดยไอเทมหลักๆ อาทิ รองเท้าบู๊ทยาว และรองเท้าสันตึกหนาๆ สีสันสดใส มีมาให้เลือกทั้งหนังแต่งลวดลายและหนังกลับ รวมไปถึง รองเท้าส้นสูง, รองเท้าบู๊ทสำหรับปีนเขา แต่งลวดลายดอกไม้ ไปจนถึงสนีคเกอร์ผ้าใบ ที่มาในหลากหลายวัสดุ ตั้งแต่ผ้าไนลอน, กำมะหยี่, กลิตเตอร์, หนังกลับ และวัสดุสะท้อนแสงต่างๆ ในโทนสีหลัก อาทิ สีลาเวนเดอร์, ชมพู และโทนสีสว่างๆ บนลายเสือ ที่สำคัญยังคงปรุงแต่งรายละเอียดด้วยงานจิลเวลรีย์ หรือเพิ่มความคิ้วท์ด้วยหัวใจดวงเล็กๆ เพิ่มเข้าไป แม้แต่ถุงเท้าก็ยังใส่ความวิบวับกลิตเตอร์สุดหรู แต่ยังคงเน้นความเคลื่อนไหว, ยืดหยุ่นและคล่องตัว

เคสมือถือ

การแต่งแต้มสีสันและการประดับประดา ดังที่เห็นบนกระเป๋าถือและเสื้อผ้า มาจนถึงอุปกรณ์ไฮเทค มือถือ ที่ถูกใส่ความน่ารักของแก้งค์สัตว์น้อยใหญ่ “spademals” มารังสรรค์ลงบนไอเทมเคสมือถือต่างๆ ได้อย่างมีสีสัน

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา