TOP

ส่องมุมความรัก ของหนุ่มฮอตหล่อใสสไตล์อปป้าเกาหลี ‘กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์’

ร้อนแรงกว่าอากาศในบ้านเราเวลานี้ คงไม่มีใครเกินนักแสดงหนุ่มหล่อหน้าใสคนนี้ เพราะถึงแม้ว่าจะเพิ่งเริ่มก้าวเดินบนเส้นทางบันเทิงได้ไม่นานนัก แต่ชื่อของ กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ ก็เป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงในฐานะนักแสดงหน้าใหม่มากความสามารถ ด้วยนอกจากจะมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อใสสไตล์อปป้าเกาหลีแล้ว บทบาททางการแสดงก็ไม่เป็นรอง เพราะเพียงแค่ได้ชิมลางงานแสดงเรื่องแรกในละครเลือดมังกร ตอน สิงห์ เท่านั้น เขาก็ได้ก้าวขึ้นมารับบทนำในซีรี่ย์เรื่อง TharnType The Series กับบทบาทของไทป์ ที่เรียกเสียงกรี๊ดและสร้างกระแสคู่จิ้น “มิว – กลัฟ” ตามมาติดๆ แถมยังฮอตฮิตติดลมบน จนเราต้องคว้าตัวมาพูดคุย อัพเดตทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมโพสต์ท่าเท่ๆ แข่งกับสภาพอากาศในช่วงซัมเมอร์นี้

แต่ก่อนที่จะมาเป็นหนุ่มน้อยหน้าใสกุมหัวใจของใครต่อใครอย่างทุกวันนี้ หนุ่มกลัฟได้เล่าให้ฟังถึงเด็กชายกลัฟในวัยเด็กว่า เป็นเด็กซนๆ คนหนึ่งที่ชอบกวนพี่สาว ตอนเด็กๆ ผมก็เป็นเด็กซนครับ คือครอบครัวผมจะมีพี่สาวอยู่หนึ่งคน ซึ่งเราห่างกันแค่ปีเดียว คือพี่สาวเกิด 2539 แต่เป็นช่วงต้นปี ผมเป็น 2540 ปลายปีครับ เราก็เลยจะโตมาด้วยกัน ตอนเด็กๆ ผมจะชอบกวนพี่ แกล้งพี่ จนพี่ไม่อยากคุยด้วย พอโตมาด้วยความที่เขาเป็นผู้หญิง แล้วผมเป็นผู้ชาย ก็เลยอาจจะไม่ค่อยได้คุยกันเยอะสักเท่าไหร่ เพราะเขาก็มีชีวิตส่วนตัวของเขา ผมก็มีชีวิตส่วนตัวของผม ถ้าจะได้คุยกันส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องปัญหาชีวิตอะไรต่างๆ ปรึกษากัน ที่บ้านก็จะเลี้ยงดูมาแบบไม่ได้ตามใจสักเท่าไหร่นะครับ ตอนเด็กๆ ผมเคยอยากได้ของเล่นราคา 20 บาท แต่พอไปขอคุณแม่ คุณแม่ไม่ให้ ก็เลยต้องไปขอคุณป้า เพราะคุณป้าจะเป็นสายสปอยล์ครับ”

ซึ่งการใช้ชีวิตของกลัฟก็คงเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป หากว่าไม่ได้เข้ามาแคสต์งานภาพยนตร์โฆษณา “จริงๆ จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงของผม เกิดขึ้นจากการไปถ่ายภาพยนตร์โฆษณาสินค้าตัวหนึ่งครับ ตอนนั้นเรื่องในโฆษณาก็จะเกี่ยวกับการเตะฟุตบอล ซึ่งเป็นกีฬาที่ผมสนใจอยู่แล้ว เลยลองไปแคสต์ดู แล้วก็ได้ครับ ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่าไม่ได้ซ้อมหรือเตรียมตัวอะไรเลย ขนาดว่ารองเท้าก็เพิ่งไปซื้อเอาหน้างาน แต่หลังจากที่ได้ทำแล้วก็เริ่มชอบและสนใจ เพราะพอเราได้ทำแล้วก็รู้สึกว่ามันแตกต่างจากสิ่งที่ตอนแรกเราคิดไว้ คือตอนแรกเราคิดว่างานในวงการจะต้องแอคติ้งยากมาก แต่พอได้ไปลองจริงๆ ก็รู้สึกว่าไม่ได้ยากขนาดนั้น แล้วพอได้ทำก็รู้สึกว่าสนุกดี บวกกับว่าผลที่ออกมาก็ดีในระดับหนึ่งด้วยครับ” (ยิ้ม) 

“จนมาถึงงานละครผมยังจำบรรยากาศวันที่เข้าฉากครั้งแรกได้อยู่เลยครับ ครั้งนั้นตื่นเต้นมาก เพราะว่าเราเพิ่งเข้าไปเลย แล้วต้องไปเจอกับพี่ๆ นักแสดงมากความสามารถที่เล่นกันมาหลายเรื่องแล้วอย่างพี่ติ๊ก ก็จะเกร็งๆ หน่อย (หัวเราะ) จำได้ว่าตอนนั้นเล่นไปประมาณ 3 – 4 เทคได้ แล้วพอได้กลับไปนั่งดูก็รู้สึกว่าตลกดี (หัวเราะ) แล้วรู้สึกว่าถ้าเทียบกับคนอื่นๆ เราก็ต้องพัฒนาอีกเยอะเลยครับ” แต่จากวันนั้นเขาเองก็คงไม่ได้คาดคิดว่าเพียงแค่ผลงานเรื่องต่อมาจะสร้างชื่อเสียงถล่มทลาย และนำมาซึ่งความรักที่ล้นหลามจากกลุ่มแฟนคลับ

“สำหรับซีรี่ย์เรื่อง TharnType The Series ตอนแรกที่ได้อ่านบทแล้วรู้สึกว่าคาแรกเตอร์ตัวละครค่อนข้างจะตรงกับเราในระดับหนึ่ง คือ ในเรื่องเป็นนักกีฬาฟุตบอล เราเองก็เป็นคนที่ชอบเตะฟุตบอลอยู่แล้ว รวมถึงนิสัยต่างๆ เช่น ความใจร้อน และในเรื่องของความคิดบางเรื่องก็มีส่วนที่คล้ายกัน แต่ด้วยความที่เป็นซีรี่ย์แนววายยอมรับว่ามีแอบกังวลเหมือนกันครับ แต่พอเราได้มาลองจริงๆ ก็รู้สึกว่ามันเป็นอีกหนึ่งบทบาทของการแสดง เป็นหน้าที่ของเราในการถ่ายทอดความเป็นตัวละครออกมาให้พี่ๆ ทุกคนได้ดู ผมคิดอย่างนั้นมากกว่าครับ ส่วนความสำเร็จที่ได้รับผมว่าอย่างแรกเลยก็น่าจะเป็นเพราะพี่ๆ แฟนคลับครับ คือพอดูแล้วเขารู้สึกชอบ รู้สึกอินไปกับตัวละครที่เราได้สวมบทบาทไป เลยทำให้พี่ๆ เขามาติดตามกัน แล้วก็อาจจะเป็นเพราะเคมีของผมกับพี่มิวด้วยมั้งครับ ที่เวลาอยู่ด้วยกันทำให้พี่ๆ แฟนคลับดูแล้วก็รู้สึกว่าน่ารัก ดูเป็นธรรมชาติดี” (ยิ้ม)

ไหนๆ ก็พูดถึงคู่จิ้นขึ้นมาแล้ว เราจึงไม่พลาดถามต่อถึงความสนิทสนมระหว่างทั้งคู่ โดยหนุ่มกลัฟก็ยอมรับว่าสนิทสนมกัน แม้จะไม่ถึงขั้นว่ารู้ทุกเรื่องของกันและกัน แต่ก็เรียกได้ว่าเกือบ “ในมุมมองของผมพี่มิวเป็นคนเป๊ะในระดับหนึ่งครับ เพราะว่าเขาจะค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่นิดหนึ่ง ก็เลยจะมีความเป๊ะอยู่ในตัว คือเขาจะมีความใส่ใจ มีความละเอียดอยู่ค่อนข้างเยอะครับ ซึ่งเรื่องที่เราจะคุยกันบ่อยๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็จะเป็นเรื่องเกมครับ เพราะเราจะชอบเล่นเกมด้วยกัน แต่พอหลังๆ ที่เริ่มมีงานเข้ามามากขึ้น เราก็เลยจะคุยเรื่องงานกันซะส่วนใหญ่ เพราะว่าพี่เขาก็มีงานของเขา แล้วตัวผมเองก็มีงานด้วยเหมือนกันครับ ส่วนถ้าจะให้เปรียบเทียบมุมมองความรักของผมกับตัวละคร ผมว่าอาจจะเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับความรักคล้ายๆ กันครับ เพราะว่าเราเป็นคนที่พอจริงจังกับใครแล้ว หรือเรารู้สึกรัก อยู่กับเขาแล้วมีความสุข เราก็จะทุ่มเทให้เขาเต็มที่มากๆ เหมือนไทป์” (ยิ้ม)

“แต่ผมเป็นคนที่แสดงออกไม่ค่อยเก่งครับ เด็กๆ ก็เคยมีความรักแบบ puppy love เหมือนกัน แต่ว่าเราเป็นคนขี้อายนิดหนึ่ง เคยมีแอบไปชอบผู้หญิงตอนเด็กๆ แต่เราไม่ได้กล้าคุยกับเขา สุดท้ายก็ไม่ได้บอก ได้แต่แอบมองอยู่อย่างนั้น ซึ่งสำหรับความรักทุกวันนี้ของผม แน่นอนว่าคือคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็พี่ๆ แฟนคลับนี่ล่ะครับ ซึ่งผมขอใช้คำว่าครอบครัวดีกว่า เพราะว่าคำว่าครอบครัวก็คือคนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดด้วย แล้วก็เป็นคนที่รักเราแล้วก็ดูแลใส่ใจเรา โดยที่บางทีเขาก็ไม่ได้หวังสิ่งตอบแทน เราก็เลยอยากจะรักเขาให้มากที่สุดด้วย” 

ด้วยความรักที่ได้รับจากแฟนคลับอย่างท่วมท้นจึงทำให้หนุ่มน้อยหน้าใสคนนี้ เลือกที่จะตอบแทนด้วยการเก็บรักษาทุกสิ่งทุกอย่างที่แฟนคลับให้มาเป็นอย่างดี แม้กระทั่งป้ายโปรเจ็กต์ต่างๆ “เรื่องโปรเจ็กต์ต่างๆ ที่แฟนคลับทำ เราก็พยายามที่จะไปเก็บป้ายโปรเจ็กต์ให้ได้ครบหมด เพราะว่าเราอยากให้เขาเห็นว่าเรารับรู้แล้วนะ เราได้ไปดูแล้วนะ เพราะว่าจริงๆ พวกพี่ๆ แฟนคลับเขาไม่ได้ต้องการอะไรเยอะขนาดนั้น เขาก็แค่อยากให้เราเห็นแล้วรู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เขาทำ” ไม่ใช่เพียงเท่านี้แต่ล่าสุดหนุ่มกลัฟยังได้ไปบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล 4 ภาค เพื่อตอบแทนความรักของแฟนคลับ เช่นเดียวกับการตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาได้แอบกระซิบบอกกับเราว่าเร็วๆ นี้ กำลังจะมีผลงานเพลงให้ได้ติดตามกัน แต่ยังไม่บอกรายละเอียด ซึ่งพอเราลองเลียบๆ เคียงๆ ถาม ก็ได้คำตอบกลับมาว่า

“เพลงนี้ผมก็มีส่วนร่วมค่อนข้างจะเยอะเลยครับ เพราะว่า…อุ๊ย! ผมกลัวสปอยล์จัง (หัวเราะ) ก็เอาเป็นว่ามีส่วนร่วมเยอะครับ คือเพลงจะมีความเป็นตัวเรานั่นล่ะ บอกได้แค่ว่าเดือดแน่นอน…มั้งครับ (หัวเราะ) แล้วก็จะมีผลงานอื่นๆ ตามมาอีกเรื่อยๆ ครับ ส่วนอนาคตในวงการบันเทิงที่วางไว้ ตอนนี้ก็อยากที่จะทำงานในวงการบันเทิงไปเรื่อยๆ ครับ รู้สึกว่ายังมีงานในวงการบันเทิงหลายแบบเลยที่เราอยากจะลองทำ อย่างงานพิธีกร หรือผู้ประกาศข่าว ผมก็ดูว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายสำหรับเรา และถ้ามีโอกาสก็อยากลองครับ” ด้วยความสามารถบวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ จากที่เราสัมผัสได้ในการทำงาน แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เราแน่ใจได้ว่าอนาคตในวงการบันเทิงของ กลัฟ – คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ จะต้องสดใสและเดินไปได้อีกยาวไกล

MODEL: คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์

PHOTOGRAPHER: พลอยภัทร

PHOTOGRAPHER ASSISTANT: พลภัทร นรเศรษฐกานนท์

STYLIST: #styledbykn

MAKEUP ARTIST: @dearnaya

HAIR STYLIST: @tiyanon 

CLOTHES:

-Coach ชั้น 1 สยามพารากอน โทร. 0 2129 4664

-Burberry ชั้น M สยามพารากอน โทร. 0 2610 9719

-The Kooples ชั้น 2 เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ โทร. 0 2160 5869

-American Eagle ชั้น LG สยามสแควร์วัน โทร. 0 2001 5810

-Marc Jacobs ชั้น 1 เซ็นทรัลเวิลด์ 

EYEWEAR: 

-NOXNOX SHOP @CENTRAL WORLD 3th Floor โทร. 0 2495 7080

-NOXNOX SHOP @ONE NIMMAN โทร. 052 080 988

-NOXNOX SHOP @TERMINAL 21 PATTAYA 1st Floor โทร. 033 079 777

-NOXNOX SHOP @CENTRAL FESTIVAL PHUKET 1st Floor โทร. 076 307 216

LOCATION: 28 CHIDLOM 28 Chit Lom Alley, Lumphini, Pathum Wan District, Bangkok 10330 โทร. 099 419 6364 Website: www.scasset.com

 

——————————–

เรื่อง จักรีรัตน์ อัสดรวุฒิไกร

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา