ความรักและพอใจในตัวเอง คือความงามที่ยั่งยืนของ “พาย–รินรดา”
BEAUTIFULLY HERSELF
Pie-Rinrada
ในวันที่คำว่า “ความงาม” ถูกนิยามใหม่อยู่ตลอดเวลา พาย–รินรดา แก้วบัวสาย กลับค้นพบว่าความสวยที่แท้จริงอาจไม่ได้เริ่มต้นจากสิ่งที่มองเห็นในกระจก หากเกิดขึ้นในวันที่เราเลิกพยายามเป็นใครอีกคน และหันกลับมายอมรับตัวเองอย่างที่เป็น จากเด็กสาวที่เคยพยายามวิ่งตาม Beauty Standard สู่ผู้หญิงวัย 30 ที่รู้แล้วว่าตัวเองชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และมีความสุขกับอะไร บทสนทนาครั้งนี้จึงไม่ได้พาเราไปรู้จักเพียงพายในฐานะนักแสดง แต่ยังเผยให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เธอบอกว่า สามารถ “เป็นตัวเอง” ได้อย่างเต็มที่ที่สุด
วันถ่ายแฟชั่นของ AROUND เริ่มต้นขึ้นพร้อมพลังงานสดใสของพาย เมื่อเราถามว่าเหนื่อยไหมหลังจากใช้เวลาอยู่หน้ากล้องมาหลายชั่วโมง คำตอบกลับมาทันทีว่า “โอ๊ย ไม่เลยค่ะ สนุกมาก” ก่อนบทสนทนาจะพาไปยังโลกของการแสดง พื้นที่ที่ทำให้เธอได้เป็นผู้หญิงหลากหลายแบบ และในขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ รู้จักตัวเองมากขึ้น หนึ่งในตัวละครที่เพิ่งผ่านไปคือ “พาย” จาก รักหักหลัง บทบาทที่มีชุดความคิดแทบจะตรงข้ามกับตัวจริง แต่แทนที่จะตัดสินตัวละครจากสิ่งที่ไม่เห็นด้วย เธอกลับเลือกทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้คนคนหนึ่งคิดและตัดสินใจเช่นนั้น “การที่พายได้เรียนรู้และพยายามทำความเข้าใจกับเขา มันทำให้พายโตขึ้นมาก ๆ แล้วมันทำให้พายรู้สึกว่าเข้าใจคนได้มากขึ้น”
การเข้าใจตัวละครจึงย้อนกลับมาสู่การเข้าใจตัวเอง และทำให้เธอรู้สึกว่า Mature ขึ้นอย่างชัดเจน แต่หากถามถึงตัวละครที่ไกลจากตัวจริงที่สุด พายยกให้ “จันทร”จาก ทุ่งเสน่หา เพราะทั้งความคิด นิสัย และการแสดงออกแทบทุกอย่างต่างจากเธอ แต่ความห่างนั้นกลับทำให้
สนุกกับการค้นหาด้านที่ไม่ค่อยได้หยิบออกมาใช้ในชีวิตจริง “พายว่าทุกคนมีทุกมุมในตัวเอง อยู่ที่ว่าเลือกใช้หรือเปล่า”
ขณะเดียวกัน การเดินทางเข้าไปอยู่ในชีวิตของตัวละครหลายคนยังทำให้เธอเรียนรู้ว่า การเข้าไปให้สุดสำคัญพอ ๆ กับการรู้ว่าจะเดินออกมาเมื่อไร ไม่ว่าซีนก่อนหน้าจะหนักแค่ไหน พายพยายามไม่แบกอารมณ์นั้นกลับไปด้วย “วิธีตัดของหนูก็คือแค่หายใจค่ะ แล้วเอาตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน ให้รู้ว่านี่คือลมหายใจของเราที่เป็นเรา” จากเมื่อก่อนที่เจอซีนยากแล้วมัก Panic หรือกดดันตัวเอง วันนี้เธอเรียนรู้ที่จะมีสติ และ Let Go สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ให้เร็วขึ้น
ส่วนอีกหนึ่งบทบาทใน รสกาล ละครสองภพสองชาติเรื่องแรกของเธอ ซึ่งพายรับบท “มัยรา” หญิงสาวที่ค่อย ๆ มองเห็นอดีตชาติผ่านรสชาติอาหาร ความท้าทายจึงไม่ได้มีเพียงรายละเอียดของละครพีเรียด แต่คือการสร้างระดับ “ความเชื่อ” ของตัวละครให้คนดูเชื่อไปพร้อมกัน ขณะเดียวกันความเป็นคนสู้ชีวิต ไม่ยอมแพ้ และพยายามทำทุกอย่างเพื่อดูแลตัวเองและครอบครัวคือส่วนที่พายรู้สึกว่าใกล้กับตัวเองมากที่สุด อีกทั้งการทำงานครั้งนี้ ยังเป็นการประกบคู่กับ เก้า–นพเก้า เดชาพัฒนคุณ อย่างเต็มตัวเป็นครั้งแรก โดยพายบอกว่าเคมีระหว่างนักแสดงเริ่มจากการเปิดใจทำความรู้จักกัน “เราต้องเปิดให้มากที่สุดเพื่อให้เคมีของตัวละครมันเกิด เพราะถ้าเรามีความปิดหรือไม่แน่ใจ เราก็จะไม่มีพื้นที่ให้ได้ Explore เคมีใหม่ ๆ เลย”
แต่ก่อนจะสนุกไปกับโลกเหนือจริงของ รสกาล เร็ว ๆ นี้เธอจะพาคนดูไปพบอีกด้านใน สังเวย (The Resident) ภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิต และยังเป็นหนังผีเรื่องแรกของคนที่สารภาพตรง ๆ ว่า “กลัวมากค่ะ (หัวเราะ) กลัวมากขนาดว่าไม่ปิดไฟนอนเลยค่ะ” ครั้งนี้เธอรับบท “บัว” พยาบาลฝึกหัดผู้มีอดีตบางอย่างติดตัว ก่อนเข้าไปทำงานในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในคืนเดียวและสถานที่เดียว “มันก็เป็นอีกความท้าทายหนึ่งที่เรายังไม่เคยลองทั้งในเรื่องของภาพยนตร์ ทั้ง Element ที่เกี่ยวกับผี พายรู้สึกว่ามีอะไรเข้ามาก็อยากลองให้หมด เราจะได้มีประสบการณ์ที่กว้างขึ้น”
แม้ รสกาล และ สังเวย จะอยู่คนละโลก แต่สิ่งหนึ่งที่เชื่อมตัวละครหญิงทั้งสองเข้าหากันคือความแข็งแกร่ง มัยราต่อสู้เพื่อชีวิตและการเป็นตัวเอง ขณะที่บัวคือคนที่พาทุกคนพยายามหนีออกจากบ้านซึ่งเต็มไปด้วยอันตราย บทบาทเหล่านี้ไม่ได้เปลี่ยนมุมมองเรื่อง “พลังของผู้หญิง” ของพาย หากทำให้มันกว้างขึ้น และเมื่อบทสนทนาเดินทางมาถึงคำว่า “สวย” พายตอบแทบจะทันทีว่า “ความสวย พายว่ามันคือความรักและพอใจในตัวเองค่ะ นั่นคือความสวยที่พายว่าดีที่สุด”
คำตอบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเธอไม่เคยสงสัยในรูปลักษณ์ของตัวเอง ตรงกันข้าม พายยอมรับว่าเคย Struggle กับเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะช่วงวัย 18–20 ปี ที่พยายามจะเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น และพยายามวิ่งตาม Beauty Standard “เมื่อก่อนพยายามอยากเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เป็น อยากจะสวยเหมือน Beauty Standard ที่เขาตั้งไว้ เพราะเราไม่เหมือนไงคะ” จนวันหนึ่งเธอเริ่มมองเห็นว่า การไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่ได้แปลว่าเราดีไม่พอ “นี่คือเราที่ดีที่สุด เราเป็นแบบนี้ แล้วเราควรจะภูมิใจในตัวเราเอง แล้ววันนั้นรู้สึกว่าเป็นวันที่เราสวยจริง ๆ”
แน่นอนว่าการมาถึงจุดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน สิ่งที่เธอเลือกทำคือค่อย ๆ Appreciate เรื่องเล็ก ๆ ในแต่ละวัน “ค่อย ๆ ดึงพลังความสุขเข้ามาให้กับตัวเอง แล้วเราก็จะเริ่ม Appreciate การมีอยู่ของเราเอง แล้วเราก็จะค่อย ๆ คิดได้ว่า แล้วเราผิดอะไรล่ะที่เราเป็นแบบนี้” สำหรับพาย สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งเปล่งประกายจึงไม่ใช่เครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือรูปร่าง หากคือการมีฐานของความรักตัวเองที่แข็งแรงพอจะไม่ปล่อยให้เสียงรอบข้างเข้ามากำหนดคุณค่าของเราได้ง่าย ๆ
ดังนั้น Beauty Routine ที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอจึงไม่ใช่สกินแคร์ แต่คือ “สุขภาพใจ” เพราะเชื่อว่านั่นคือบ่อเกิดของหลายสิ่งในชีวิต อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เธอชอบในตัวเอง คือการเรียนรู้ที่จะพูดความรู้สึก แทนการเก็บทุกอย่างไว้จัดการคนเดียวเหมือนเมื่อก่อน “การที่เราอธิบายตัวเองให้คนอื่นฟัง มันก็ช่วยฮีลใจให้เราไม่ต้องเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว” และเธอเชื่อว่าสิ่งนี้จะทำให้ตัวเองมี Mental Stability ที่ดีขึ้นในระยะยาว และบางทีความใจเย็นที่เพิ่มขึ้นนั้นก็มาจากใครอีกคนหนึ่งด้วย
เมื่อบทสนทนาพาเรามาถึงเรื่องความรัก พายบอกว่าเธอไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากนักหลังจากคบกับ เจมส์ มาร์ แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดคือ “หนูใจเย็นลง” เพราะอีกฝ่ายเป็นคนใจเย็นกว่า และมักช่วยให้เธอมองสถานการณ์จากมุมที่ไม่เคยคิด ความสัมพันธ์ครั้งนี้มีพื้นฐานมาจากความเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานาน จึงไม่ใช่การเริ่มทำความรู้จักใครคนหนึ่งใหม่ทั้งหมด “มันเหมือนเรามีเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง” พายอธิบาย “วันนี้เกิดอะไรขึ้น วันนี้ได้กินของอร่อยไหม วันนี้หัวเราะหรือยัง” คำถามธรรมดาเหล่านี้กลับมีความหมาย และแม้สถานะจะทำให้บทสนทนา “หวานขึ้น” แต่ความอุ่นใจยังคงเป็นความรู้สึกเดิมที่มีมาตลอด
เมื่อถามว่า ณ วันนี้ เธอกำลังอยู่ในช่วง “ค้นหาตัวเอง” “สร้างตัวเอง” หรือ “เป็นตัวเอง” พายเลือกข้อสุดท้ายอย่างมั่นใจ “เป็นตัวเองค่ะ คิดว่าเราโตพอที่เราจะมีอิสระในการเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่” เพราะวันนี้เธอรู้แล้วว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร มีความสุขหรือไม่มีความสุขกับอะไร อยากอยู่ตรงไหน และไม่อยากอยู่ตรงไหน ต่างจากวัย 20 ที่ยังเต็มไปด้วยคำถามและความไม่แน่ใจ แต่การ “เป็นตัวเอง” ไม่ได้หมายความว่าเธอหยุดค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ เมื่อมองเส้นทางนักแสดงในอีก 3–5 ปี พายยังเห็นคาแรกเตอร์อีกมากที่ไม่เคยได้ลอง โดยเฉพาะบทที่ห่างจากภาพจำของ พาย รินรดา จนคนดูอาจไม่คิดถึงเธอเป็นตัวเลือกแรก “อยากเล่นบทแบบนั้น แล้วตีโจทย์ให้แตกให้ได้ อยากสร้างผลงานแบบนั้นให้คนดูได้เห็น และทำให้คนเห็นถึงความตั้งใจ ความ Dedicate ที่หนูมีให้กับอาชีพนักแสดง เพราะว่าหนูรักและเคารพอาชีพนี้มาก ๆ จริงค่ะ”
ถึงวันนี้แม้ว่าหลายเรื่องในอนาคตของ พาย รินรดา อาจยังต้องใช้เวลาเพื่อรอคำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนแล้วในวันนี้คือ เธอไม่ได้พยายามวิ่งตามภาพของผู้หญิงที่ใครกำหนดไว้อีกต่อไป ความงามในแบบของเธอคือการรักและพอใจในตัวเอง ความแข็งแกร่งคือการรู้ว่าเมื่อไรควรสู้และเมื่อไรควรปล่อย และการเติบโตคือการยอมรับทุกประสบการณ์ที่ทำให้เราเป็นตัวเองในวันนี้ นี่อาจเป็นความหมายของ Empowered Beauty ที่ไม่ต้องอาศัยมาตรฐานใดมาตัดสิน เพราะท้ายที่สุดแล้ว คนที่ควรมีสิทธิ์นิยามความงามของเราได้ดีที่สุด ก็คือตัวเราเอง…
ส่วนอนาคตของพายในฐานะนักแสดงจะพาเธอไปเป็นใครอีกบ้าง คงต้องรอติดตามกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ต้องรอนาน คือการได้เห็นเธอในบทบาท “บัว” ผู้หญิงอีกคนที่ทั้งแข็งแกร่ง เปราะบาง และต้องเผชิญหน้ากับความกลัว ในภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องแรกของเธอ สังเวย (The Resident) ที่กำลังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เร็ว ๆ นี้
Model: Rinrada Kaewbuasai
Asst.Photo: Bandit Sangparn,
Nattanan Sitthirangsinan,Narenrit Yingyongkij, Jirayu Banthoengchit
Producer: Phattharada Apkarat
Lighting: Hyena Lighting Hyena Studio
Stylist: A.Y.Styled
Stylist Assistant: Narumon Namkaew
Makeup Artist: IG : maew_makeup
Hair Stylist: IG : powerthanat
Dress: Landmee / Fah Chak / Maje / Casa Service / Vanillin
Accessories: Monday Editions
Shoes: Christian Lounoutin
Location: The Siam Bangkok