TOP

เสพความคลาสสิก 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ ณ ชุมชนกุฎีจีนเก่าแก่ ย่านบางกอกน้อย

ชุมชนกุฎีจีน ถือเป็นชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ผ่านกาลเวลามานานกว่า 200 ปี ทว่าชุมชนแห่งนี้กลับโดดเด่นในเอกลักษณ์ของวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ที่สงบสุขระหว่างชาวพุทธ ชาวคริสต์ และชาวอิสลาม รวมไปถึงวัฒนธรรมที่หลากหลายของชาวไทย และพ่อค้าชาวจีนที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ ที่นี่จึงสวยงามในบรรยากาศคลาสสิก ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยเฉพาะ 3 สถาปัตยกรรม 4 ความเชื่อ ได้แก่ คริสต์, พุทธเถรวาท, พุทธมหายาน และอิสลาม

 

ย้อนรอยอดีต “กุฎีจีนเมื่อวันวาน”

ชุมชนกุฎีจีนเป็นพื้นที่อาศัยของชุมชนคนไทยเชื้อสายโปรตุเกส ที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาเมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2310) ตั้งอยู่ริมแม่น้าเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้ แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต และเรื่องราวอันน่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะสัมพันธภาพภายใต้ความแตกต่างของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรมในชุมชนที่อยู่ร่วมกันอย่างปรองดองมาเป็นเวลานานกว่า 200 ปี

 

3 สถาปัตยกรรมกับเรื่องเล่าต่างศาสนา

โบสถ์ซางตาครูซ ถือเป็นศาสนสถานสำคัญที่ยืนหยัดอยู่คู่ชุมชนกุฎีจีนมายาวนานกว่า 100 ปี คำว่า‘ซางตาครูซ’ เป็นภาษาโปรตุเกส ที่แปลว่า “กางเขนศักดิ์สิทธิ์” ตัวอาคารของโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก และเรอเนสซองซ์ ที่มีลักษณะโดดเด่นด้วยหอระฆังทรงแปดเหลี่ยม ประดับด้วยไม้กางเขนบนยอด

 

วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร

เปรียบเสมือนศูนย์รวมทางวัฒนธรรมของชาวไทยย่านกุฎีจีน ที่มีอายุกว่า 192 ปี ความงดงามของบรมธาตุมหาเจดีย์ และพรินทร์ปริยัติธรรมศาลา หนึ่งเดียวของไทยที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกจาก UNESCO และยังได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธนาค ฯลฯ

 

มัสยิดบางหลวง

อยู่ภายในชุมชนที่เต็มไปด้วยตรอกซอก นับเป็นอีกสถาปัตยกรรมที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์เหนือกาลเวลา มัสยิดแห่งนี้เป็นของชุมชนมุสลิมนิกายซุนนี ที่อพยพจากกรุงศรีอยุธยา ที่ว่ากันว่ามีลักษณะคล้ายคลึงวัดไทยพุทธ เป็นมัสยิดเดียวในไทยที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบวัดในพุทธศาสนา ด้วยลักษณะตัวอาคารสีขาวชั้นเดียว ทำให้เป็นที่มาของ
อีกชื่อว่า ‘กฎีขาว’ หลังคามุงกระเบื้อง หน้าบันประดับลายปูนปั้นดอกโบตั๋น หรือดอกพุดตาน ซึ่งเป็นดอกไม้ที่นิยมประดับหน้าบันในสมัยรัชกาลที่ 3 นั่นเอง

ศาลเจ้าเทียนอันเกง หรือ ศาลเจ้าแม่กวนอิม

ถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งของฝั่งธนบุรีที่มีอายุกว่าร้อยปี ในบรรยากาศอันร่มรื่นเงียบสงบที่หาได้ยากยิ่งในย่านเมืองกรุงทุกวันนี้

 

พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน และ ขนมโบราณ ‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน’

พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เป็นสถานที่เรียนรู้และรวบรวมวัฒนธรรม ภาษา ศาสนา รากเหง้าของชาวชุมชนกุฎีจีน ที่สืบเชื้อสายโปรตุเกส โดยที่นี่เปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่เวลา 09.30-18.00 น.(หยุดทุกวันจันทร์) นอกจากนี้ ย่านชุมชนเล็กๆ ของกรุงเทพฯ แห่งนี้ มีอาหารพื้นถิ่นหากินได้ในชุมชนคือ ‘ขนมจีนแกงไก่คั่ว’ แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือขนมฝรั่งโบราณ ‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน’ ซึ่งรสชาติอร่อยให้ได้ลองทานและซื้อกลับบ้านเป็นของฝาก

 

การเดินทางมาเที่ยวชมชุมชนกุฎีจีน สามารถเดินทางด้วย BTS ลงสถานีสะพานตากสิน จากนั้นใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา และขึ้นท่าวัดกัลยาณมิตร แล้วเดินเท้าต่อไปเพื่อเข้าชุมชนฯ ใช้เวลาราว 3 นาที หรือใครสะดวกเดินทางโดยรถยนต์ สามารถไปจอดรถที่วัดกัลยาณมิตรได้เลย

 

ที่มา และ ภาพ : BANGKOK NEWS (กทม.สาร) ฉบับ 267

เรื่อง : อโนชา ทองชัย

ภาพเพิ่มเติม : MUANCHAN SRISAARD

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา