TOP

สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนอย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติ ที่ “โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท” พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ และโซน Dog Haven ฉลองครบรอบ 12 ปี!

โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท (INTERCONTINENTAL HUA HIN RESORT) สถานที่ตากอากาศหรูหราสุดคลาสสิก ถ่ายทอดเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์เหนือระดับตั้งแต่ก้าวแรกของโรงแรม เมื่อเข้าสู่โถงรับแขกราวกับทะลุมิติไปสู่บรรยากาศหัวหินครั้งวันวาน ผ่านสถาปัตยกรรมโคโลเนียลไทยวิคตอเรียน ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน หนึ่งในรีสอร์ทริมชายหาดสวยที่สุดของเมืองหัวหิน เคยต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองคนดังมาแล้วหลายท่าน อย่าง นักเทนนิสระดับโลก มาเรีย ชาราโปวา (Maria Sharapova), เซเรนา วิลเลียมส์ (Serena Williams), ราฟาเอล นาดัล (Rafael Nadal), อดีตนักมวยแชมป์โลก แฟรงค์ บรูโน (Frank Bruno), นักแสดงชื่อดัง มิเชล โหย่ว (Michelle Yeoh) รวมถึงคณะ Miss Universe Thailand 2020

โรงแรมเปี่ยมเสน่ห์แห่งนี้ มอบประสบการณ์การพักผ่อนอันแสนวิเศษ ครองใจนักเดินทางมาตลอดระยะเวลา 12 ปี ยังการันตีโรงแรมคุณภาพอันเปี่ยมอัตลักษณ์ในทุกด้าน ด้วยรางวัลจากสถาบันต่างๆ มากมาย และล่าสุดกับรางวัล Thailand’s Leading Resort 2021 จากงาน World Travel Awards, รางวัล Thailand Tourism Awards 2021 และรางวัล Asean MICE Venue Standard 2019-2021 (AMVS) จากงาน TCEB (Thailand Convention Exhibition Bureau) อีกด้วย

พื้นที่อันกว้างขวาง รวม 15 ไร่ ของ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท คลอบคลุมบริการในสองฝั่งของถนนเพชรเกษม โดยเรียกฝั่งที่ติดทะเลว่า “บีชวิง” (Beach Wing) และเรียกอีกฝั่งที่ตั้งอยู่ตรงข้ามฟากถนนว่าฝั่ง “บลูพอร์ตวิง” (BluPort Wing) มีการเชื่อมทางเดินของสองฟากฝั่งด้วยสะพานบลูพอร์ต เพื่ออำนวยความสะดวกให้แขกผู้เข้าพัก และง่ายต่อการเข้าใช้บริการใน “ศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน” อีกด้วย 

“เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 12 ปี ‘โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท’ นำเสนอนิยามความหรูหราแบบใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Experience Exquisiteness ด้วยการยกระดับประสบการณ์การพักผ่อนอันสมบูรณ์แบบในทุกมิติ คลอบคลุมไปถึงการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกิน การทำกิจกรรมต่างๆ หรือสรรหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้เข้าพัก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของนักพักผ่อน พร้อมเปิดตัวบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ 3 ห้องอาหาร นั่นคือ ‘คาเฟ่ เดอ ข่อย’ (Cafe de Khoi), ห้องอาหารไทย ‘จรัส หัวหิน’ (Jaras HuaHin Restaurant) ให้ได้รับสุนทรียรส ในคอนเซปต์ Enchantingly Authentic ด้วยอาหารที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวของเมืองหัวหิน และสุนทรียภาพดื่มด่ำชีวิตด้วยความสนุกสนานที่ ‘โคโค่ บาร์’ (CoCco Bar) นอกจากนี้ยังมีการให้บริการโซนใหม่ ‘Dog Haven’ สำหรับนักพักผ่อนที่มีเพื่อนสมาชิกสี่ขา สัตว์เลี้ยงแสนรักอย่างสุนัขเข้าพักด้วย พร้อม Villa Collection ที่ได้รับการออกแบบผสมผสานกับการนำเสนอสิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติมความสะดวกสบายอย่างมีเอกลักษณ์ และคงไว้ซึ่งกลิ่นอายของความเป็นหัวหิน เหมาะสำหรับทุกคนทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว ให้ได้สัมผัสการพักผ่อนเหนือระดับริมชายหาดอย่างเป็นส่วนตัว ทั้ง ‘ลา เรสซิดองซ์’ และ ‘คลับอินเตอร์คอนติเนนตัล บีช วิลล่า’ อีกด้วย” พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหารกลุ่มบริษัท พราว กล่าว

มาเริ่มต้นวันพักผ่อนอันแสนสบายกันด้วยกาแฟหอมกรุ่น จาก “คาเฟ่ เดอ ข่อย” (Cafe de Khoi) ฝั่งบลูพอร์ต วิง ที่ได้รับแรงบันดาลใจการตกแต่งตามสไตล์คาเฟ่ในกรุงปารีส ภายใต้ร่มเงาของต้นข่อยที่เติบโตสูงใหญ่ เป็นที่มาของชื่อร้าน บรรยากาศโปร่งโล่งด้วยกระจกบานกว้างสัมผัสแสงธรรมชาติ ที่สามารถนั่งเอนจอยเครื่องดื่มและเบเกอรี่ ได้ตลอดวันทั้งภายในร้านและระเบียงด้านนอก

ภายในร้านตกแต่งอย่างมีสไตล์ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของบรรยากาศอันผ่อนคลาย และอาหารเครื่องดื่มที่บรรจงรังสรรค์โดยเชฟและบาริสต้า ซิกเนเจอร์เครื่องดื่มของที่นี่คือ “กาแฟ” คัดสรรค์เมล็ดกาแฟออร์แกนิกคุณภาพจากทั่วโลก มาพร้อมรสชาติและกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ อย่าง เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน Myanmar Shan State Natural จากรัฐฉาน ของพม่า ให้รสชาติแนวฟรุตตี้พีช ที่มีความทรอปิคอลและกลิ่นฟลอรัล เหมาะกับการทำเมนูลาเต้ร้อน, เมล็ดกาแฟคั่วอ่อนถึงกลาง Honey Hills จากประเทศไทยและฮอนดูลัส ให้รสชาติช็อกโกแลตนัตตี้, เมล็ดพันธ์ุจากเคนย่า ที่ให้กลิ่นยูนีคมะเขือเทศ และเมล็ดพันธ์ุจากเอลซัลวาดอร์ ที่เหมาะกับการทำ Cold Drip กาแฟของที่ร้านใช้เทคนิคการทำกาแฟอันเป็นเอกลักษณ์ 4 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบไนโตรเอสเพรสโซ่, สโลว์บาร์, พัวร์โอเว่อร์ และ ไอซ์ดริป ที่ดื่มกับน้ำแข็งได้ ให้รสชาติและกลิ่นอโรมาที่แตกต่างออกไป รับประทานจับคู่ครัวซองต์แสนอร่อย

เติมความสดชื่นยามบ่ายด้วยชาดอกไม้” ที่ต้องลอง อีกซิกเนเจอร์ชาสำหรับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ ชาออร์แกนิกดอกไม้ไร้คาเฟอีน จากเชียงใหม่ ไร่ Monsoon Tea ที่คัดสรรค์มามีความพิเศษเมื่อโดนน้ำร้อนแล้ว ยังคงให้สีสดใส มอบกลิ่นหอมอ่อนธรรมชาติ และให้ความสดชื่น อย่าง ชาดอกกุหลาบ, ชาดอกเก็กฮวย, ชาดอกบัวสาย นอกจากนี้ยังมี ชาอู่หลง, ชาเขียว, ชาเอิร์ลเกรย์ ให้เลือกจิบคู่กับเบเกอรี่หลายเมนู

และยังมีบรันช์เมนูพร้อมเสิร์ฟตลอดวัน ทีมเชฟได้รังสรรค์เมนูอาหารหลากหลายไม่ว่าจะเป็นอาหารสไตล์เอเชียหรือยุโรป เช่น สเต็ก เดอ ข่อย, พลาสต้ากับเห็ดทรฟเฟิลดำ, ไข่ฟลอเร็นทีนและคาร์เวียร์หัวหิน, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำทะเลจากประมงท้องถิ่น หรือผ่อนคลายในช่วงเย็นด้วยเมนูค็อกเทลที่ไม่เหมือนใคร เหมาะแก่การมาเยือนของทั้งคู่รัก ครอบครัวอันแสนอบอุ่น หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน

นอกจากนี้ “คาเฟ่ เดอ ข่อย” ยังต้อนรับสมาชิกน้องสี่ขาแสนรู้อีกด้วย พร้อมให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพกับน้องสุนัข อย่าง เมนูอกไก่นึ่งผสมกับไข่ต้ม, มีทบอลที่ผสมด้วยเนื้อไก่และข้าวกล้อง รวมถึงเมนูไข่คนกับผักโขมสำหรับมื้ออาหารเช้า และไอศกรีมหลากรสสุดโปรดของน้องสุนัข

มาเติมเต็มความอร่อยกันต่อ ด้วยมื้อเที่ยงและมื้อดินเนอร์ ณ ห้องอาหารไทย “จรัส หัวหิน” เปิดใหม่ท่ามกลางบรรยากาศติดริมชายหาดสุดหรู ที่ถ่ายทอดรสชาติอาหารใต้สูตรดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบร่วมสมัย ทุกเมนูล้วนผ่านการคัดสรรค์ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของหัวหินชั้นดี อาหารทะเลสดใหม่จากหมู่บ้านชาวประมง รวมถึงคาเวียร์เกรดพรีเมียมจากฟาร์มคาเวียร์คุณภาพของเมืองหัวหิน ที่ได้จากปลาสเตอร์เจียนสายพันธ์ุที่ดีที่สุด เป็นเรื่องน่าภูมิใจที่หัวหิวก้าวไปอีกขั้น สามารถผลิตคาเวียร์ได้เทียบเท่าระดับโลก นำมารังสรรค์เป็นเมนูสุดพิเศษโดยเชฟมากฝีมือ สะท้อนเอกลักษณ์ของอาหารผ่านรสสัมผัสอันล้ำเลิศ และพรีเซนเตชันที่สวยงาม เสิร์ฟในรูปแบบอาลาคาร์ท ด้วยซิกเนเจอร์เมนูที่หาทานได้เฉพาะที่จรัส หัวหิน เท่านั้น

ไม่ว่าจะเป็นเมนู หัวหินคาเวียร์กระทงทอง, ขนมจีนซาวน้ำหอยเชลล์ย่าง, ปลาสเตอร์เจี้ยนหัวหินซอสมะขาม, ผัดไทยคุณย่า และ ห่อหมกคุณย่า ซึ่งเป็นสูตรโบราณจาก “คุณย่าจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ” รับประทานจับคู่ไวน์ชั้นยอดจากหลากหลายประเทศ เพิ่มอรรถรสในการรับประทานได้อย่างยอดเยี่ยม ให้ความรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟกับบริการภายในห้องอาหาร ที่รองรับได้กว่า 20 ที่นั่ง หรือจะเป็นบริเวณด้านนอกห้องอาหารท่ามกลางบรรยากาศริมทะเลสุดผ่อนคลาย

นอกเหนือจากความสมบูรณ์แบบของรสชาติแล้ว ยังนำเสนอเอกลักษณ์และประเพณีท้องถิ่นผ่านบรรยากาศ การตกแต่งภายในห้องอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “ลาเรสซิดองส์” บ้านสุดคลาสสิกของทางโรงแรม และภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านธีมสีชมพูอมแดงหงสบาท อันเป็นเอกลักษณ์ของสีไทยในงานจิตรกรรมมาแต่ครั้งโบราณ บนผนังห้องถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนเมืองหัวหินในศตวรรษที่ 19 เสน่ห์ที่ตราตรึงภาพจำครั้งวันวาน ฝีมือของทีมศิลปิน อาร์ตส ลอง กล้า (Artslonga) ซึ่งเป็นทีมศิลปินหลากหลายสาขาผู้อยู่เบื้องหลังการออกแบบพื้นที่สวยๆ หลายแห่งในเมืองไทย

มาถึงช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ ดื่มด่ำชีวิตอย่างมีสีสันด้วยความสนุกสนานที่ “CoCco Bar” (โคโค่ บาร์) ไลฟ์สไตล์บีช บาร์ แห่งใหม่ของเมืองหัวหิน คำว่า CoCco เป็นภาษาอิตาเลียน แปลว่า ต้นมะพร้าว ทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศบาร์เปิดโล่งริมชายหาด ที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์อาร์ตเดโค (Art Deco) ของยุคโมเดอร์นิสต์ตอนต้น ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผสานกลิ่นอายเมืองร้อน แทรกตัวท่ามกลางต้นมะพร้าวสูงโปร่ง รับกับศิลปะดีไซน์โมเดิร์นรูปทรงเรขาคณิตที่เน้นเส้นสายลายทางโค้งมนตามแบบของต้นมะพร้าว ที่แนวเสาโครงหลักของบาร์ เรียบง่ายแต่ทว่างามสง่า หรูหรา และเหนือกาลเวลา

ภาพเขียนสีลายเส้นต้นไม้เมืองร้อนบนกำแพง ช่วยเติมเต็มบรรยากาศให้ดูมีชีวิตชีวา ในโทนสีเหลืองพลาสเทล สีเขียว และส่งต่อเรื่องราวเสน่ห์ของโรงแรมด้วยโทนสีชมพูพลาสเทล ทำให้ย้อนไปในยุคสมัยรัชกาลที่ 6 นึกถึงหนุ่มสาวไฮโซยุคนั้นต้องมาพักผ่อนกันที่หัวหิน ใส่ชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ ปาร์ตี้ริมหาด ถือได้ว่า “หัวหิน” เป็นเทรนด์เซ็นเตอร์ของประเทศไทยจนถึงทุกวันนี้ ได้บอกเล่าผ่านภาพเขียน เชื่อมสู่ห้องอาหาร “จรัส หัวหิน” ไปจนถึงสีฟ้า น้ำเงินอมม่วง และชมพูช็อกกิ้งพิงค์ของแสงไฟที่ฉาบให้ โคโค่ บาร์ สะดุดตาในยามค่ำคืน เป็นการผสมผสานอันลงตัวของสีสันแนวอาร์ตเดโค ช่วยเพิ่มบรรยากาศที่เป็นอมตะ ผ่อนคลาย และสนุกสนานตามคอนเซปต์ของบาร์

ที่นั่งเล่นระดับให้ทุกมุมสามารถรับวิวอันสวยงามสบายตาของทั้งสระว่ายน้ำ และวิวทะเล พร้อมจิบค็อกเทลที่รังสรรค์โดยทีมมิกโซโลจิสต์ เมนูแนะนำอย่าง ซิตี้ ออฟ พาสชั่น ค็อกเทลจากเตกีลาผสมกลิ่นอายความเป็นไทย ทั้ง มะกรูด ไซตรัส เสาวรส มะนาว สัปปะรด ซึ่งเป็นผลไม้ประจำหัวหิน และไข่ขาว หรือจะเป็น ไนท์ไลท์ ที่มีส่วนผสมของรัมซาลอง เบย์ กับน้ำมะนาวอินฟิวส์น้ำดอกอัญชัญ และโทนิค ที่มอบความสดชื่น ปล่อยอารมณ์ไปกับเสียงดนตรีจากดีเจ ผสานเสียงแซกโซโฟน ฟังชิลในค่ำคืนที่น่าจดจำ

โคโค่ บาร์ ยังให้บริการอาหาร และเครื่องดื่มหลากหลายรวมถึงเมนูคนรักสุขภาพ เสิร์ฟความอร่อยตั้งแต่มื้อกลางวันยันมื้อค่ำ ด้วยเมนูที่หลากหลาย อาทิ สะเต๊ะปลาสเตอร์เจียนย่างถ่านชาร์โคล, ลาบปลาหมึก เป็นต้น

ข้ามมา ฝั่งบลูพอร์ต วิง (BluPort Wing) โรงแรมยังเอาใจคนรักสัตว์ อีกมิติประสบการณ์การพักผ่อนที่เหนือระดับ มอบให้กับทุกๆ สมาชิกในครอบครัว ด้วย โซนใหม่ล่าสุด Dog Haven ช่วยกระชับสายใยมิตรภาพระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยง แบบ Cosseted companionship โดยสามารถนำสัตว์เลี้ยงเข้าพักในห้องด้วยกัน แบบไม่ต้องกังวลว่าต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงแสนรักไว้ที่บ้าน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันในห้องพักสำหรับเจ้าสี่ขา อย่างบริการแฮมเปอร์ต้อนรับ รวมไปถึงเบาะนอน หมอน จานรับประทานอาหาร ไอศครีมสำหรับสุนัข เพื่อประสบการณ์การเข้าพักที่ดีที่สุดของเจ้าสี่ขาสมาชิกแสนรักในครอบครัว

สำหรับฝั่ง บลูพอร์ต วิง ประกอบด้วยห้องพักขนาดใหญ่ จำนวน 40 ห้อง ที่ตกแต่งอย่างหรูหราและคลาสสิกสไตล์โคโลเนียล พร้อมห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และระเบียงส่วนตัวที่ให้เลือกพักพร้อมสุนัขตัวโปรด อย่าง ห้องซูพีเรียร์ ขนาด 38 ตารางเมตร ห้องซูพีเรียร์ สตูดิโอ ขนาด 55 – 60 ตารางเมตร ห้องซูพีเรียร์ สวีท ขนาด 60 – 65 ตารางเมตร รวมถึงให้บริการสระว่ายน้ำแบบ Dog Friendly

ทางโรงแรมฯ มีพื้นที่ สนามหญ้าขนาดใหญ่สำหรับให้สุนัขวิ่งเล่น รวมถึงสระว่ายน้ำสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ (Pool Dog) ที่เปิดให้บริการทุกวัน และมี กิจกรรมการฝึกสอนสุนัข ทุกวันเสาร์ เวลา 14.00 น. – 16.00 น. นอกจากนี้ยังมีบริการอาบน้ำตัดแต่งขนสุนัขที่จะตามมาในอนาคต

รวมถึงห้องอาหาร Le Colonial Restaurant ที่ให้บริการในธีม Dog Friendly บริการอาหารเช้า Breakfast ในคอนเซปต์ Semi-buffet ที่สามารถเลือกอาหารจานหลักและเครื่องดื่ม และยังสามารถตักอาหารในไลน์บุฟเฟ่ได้แบบไม่อั้น อีกทั้งมีสเตชั่นอาหารโฮมเมดของน้องสุนัข ที่คัดสรรเมนูอย่างดีมีคุณค่าสารอาหาร และไอศกรีมโฮมเมดเป็นที่ชื่นชอบของน้องสัตว์เลี้ยงทุกตัว

และสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนส่วนตัวแบบ Unrivalled Elegance กับ Villa Collection ริมชายหาดแบบ Private Beach ฝั่งบีช วิง ถือเป็นวิลล่าไฮไลท์ 3 หลังที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปรับให้เป็นโซน Dog-friendly นำสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ “บ้าน ลา เรสซิดองส์” และ “คลับอินเตอร์คอนติเนนตัล บีช วิลล่า” ปรับโฉมใหม่พร้อมมอบประสบการณ์พักผ่อนเสมือนบ้านหลังที่สอง

เหนือระดับกับความลักซ์ซูรี่ ลา เรสซิดองซ์ บ้านพักสุดหรู คงไว้ซึ่งเสน่ห์ของสถาปัตยกรรมและการออกแบบตกแต่งสไตล์ไทยวิคตอเรียนคลาสสิก ที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชวังนิเวศน์มฤคทายวัน ซึ่งเป็นพระราชวังฤดูร้อนของรัชกาลที่ 6 มีอายุเก่าแก่กว่า 70 ปี และบนจั่วของบ้านสลักปี พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นปีที่เปิดตัวโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ต เป็นครั้งแรก

บนพื้นที่ 480 ตารางเมตร ยังมีบริเวณสนามและสระว่ายน้ำหน้าบ้านติดหน้าหาดหัวหิน ภายใต้อาคารสุดคลาสสิกสองชั้น ได้รับการดูแลอย่างยอดเยี่ยม มีการปรับปรุงเพิ่มเป็น 3 ห้องนอน รองรับการเข้าพักได้ 6 ท่าน ภายในตัวบ้านอันโอ่โถง งดงามร่วมสมัย พร้อมสระน้ำขนาดใหญ่ และทางลงชายหาดส่วนตัวจากหน้าบ้าน พร้อมบริการบัตเลอร์ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง และบริการอาหารเช้าลอยน้ำในสระ รวมถึงชุดชายามบ่ายในสวนสวย 

วิลล่าหลังนี้ยังสามารถปรับให้เป็นสถานที่จัดงานเล็กๆ แบบไพรเวท รองรับแขกได้ถึง 30 คน ระเบียงที่กว้างขวางจากชั้น 2 มองเห็นทิวทัศน์ทะเลอ่าวไทยสุดสายตา ส่วนชั้นล่างเป็นห้องนั่งเล่น ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว เหมาะกับครอบครัวหรือแก๊งเพื่อนสนิท ชวนกันมาพักผ่อนในวันสบายๆ

ส่วน คลับอินเตอร์คอนติเนนตัล บีช วิลล่า พลูวิลล่าสีขาวสุดโรแมนติก จำนวน 2 หลัง บนพื้นที่ 85 ตารางเมตร ติดริมทะเลพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบจากพระราชวังฤดูร้อนเช่นกัน ให้บริการพร้อมชุดชายามบ่าย ที่เติมเต็มวันพักผ่อนสบายๆ ของคุณและคนพิเศษ พร้อมสัตว์เลี้ยงแสนรัก 

นอกจากนี้ ฝั่งบิช วิง ยังประกอบด้วยห้องพักจำนวน 119 ห้อง ที่มีกลิ่นอาโคโลเนียลตกแต่งผสมผสานระหว่างศิลปะไทยร่วมสมัย และการออกแบบไม้ระแนงขัดแตะ ที่สุดแสนจะคลาสสิกของเมืองหัวหิน เข้ากับระบบความบันเทิงล้ำสมัย ภายในห้องพักกว้างขวาง พร้อมระเบียงกว้าง และเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน ได้แก่ ห้องรีสอร์ทคลาสสิค ขนาด 45 – 50 ตารางเมตร ห้องพรีเมียร์ ขนาด 55 ตารางเมตร ห้องพรีเมียร์พูลเทอเรส ที่สามารถก้าวเท้าลงสระได้ทันที แช่ตัวอยู่ในสระน้ำทอดยาว และ ห้องรีสอร์ทคลาสสิคสวีท ขนาด 100 ตารางเมตร ตั้งอยู่บนปีกของชายหาด บริเวณระเบียงส่วนตัวด้านนอกนั่งรับลมทะเลสุดชิล

รวมถึง ห้องพักคลับอินเตอร์คอนติเนนตัล ท่ามกลางทิวทัศน์อันงดงามและเป็นส่วนตัว ประกอบด้วย ห้องคลับอินเตอร์คอนติเนนตัล ขนาด 55 ตารางเมตร, ห้องคลับอินเตอร์คอนติเนนตัล พูลเทอเรส ขนาด 55 ตารางเมตร, ห้องคลับอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน สวีท ขนาด 100 ตารางเมตร, ห้องคลับอินเตอร์คอนติเนนตัล พรีเมียร์ สวีท ขนาด 130-140 ตารางเมตร และ 2 Bedroom Leisure Suite ขนาด 135 ตารางเมตร

อีกทั้ง สระน้ำกลางแจ้งให้นั่งนอนพักผ่อนและว่ายน้ำ เพลิดเพลินผ่อนคลายไปกับเครื่องดื่มเย็นๆ ที่ พูลบาร์ และเริ่มต้นมื้อเช้าด้วยบุฟเฟ่ต์อาหารไทยและตะวันตกในแบบอเมริกันบุฟเฟ่ต์ ที่ ห้องอาหารภิรมย์ และอิ่มอร่อยไปกับหลากเมนูอาหารทะเลสดใหม่ เสิร์ฟมื้อกลางวันและมื้อเย็นถึงค่ำ ในบรรยากาศสบายๆ รับลมชมวิวทะเล ณ ห้องอาหารอซัวร์ (AZURE) ที่มีความหมายว่า สีฟ้า

และสัมผัสประสบการณ์แห่งการผ่อนคลายอันสมบูรณ์แบบ ไปกับ สปา อินเตอร์คอนติเนนตัล สปาบำบัดที่ให้บริการเพื่อสุขภาพและความงาม ด้วยการผสานศิลปะไทย บาหลี และญี่ปุ่น และมีให้เลือกรับบริการหลายโปรแกรม

“โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท พร้อมที่จะมอบประสบการณ์การพักผ่อนที่ดีที่สุดให้กับผู้เข้าพักทุกท่าน ด้วยบริการระดับโลกจากเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ถึงแม้จะมีการผ่อนปรนบ้างแล้ว แต่ทางโรงแรมฯ ยังคงเคร่งครัดตามมาตรการรักษาความสะอาดและความปลอดภัย จากอินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ล กรุ๊ป “IHG Clean Promise” การันตีด้วยสัญลักษณ์ SHA++ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้าพัก” โยเซฟ เดลลา กัทตา ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท กล่าว

 

📍 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท พิกัด: 33/33 ถ. เพชรเกษม ต. หนองแก อ. หัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ 77110

☎️ โทร. 032 616 999, 092 445 9162 อีเมล: ichh.rsvn@ihg.com

 

📍 คาเฟ่ เดอ ข่อย

📢 เปิดบริการ: ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 22.00 น.

☎️ สำรองที่นั่ง: โทร. 032 616 999 อีเมล: ichh.dining@ihg.com

 

📍 ห้องอาหารจรัส หัวหิน

📢 เปิดบริการ: มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 22.00 น.

📢 อาหารกลางวัน: เปิดให้บริการเวลา 12.00 น. – 15.00 น. ​อาหารเย็น: เปิดให้บริการเวลา 18.00 น. – 22.00 น. ​

☎️ สำรองที่นั่ง: โทร. 032 616 999 อีเมล: ichh.dining@ihg.com

 

📍 โคโค่ บาร์

📢 เปิดบริการ: มื้อกลางวันและมื้อค่ำ ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. – 22.00 น.

☎️ สำรองที่นั่ง: โทร. 032 616 953 อีเมล: ichh.dining@ihg.com

 

📍 Dog Pool Pawty 

📢 เปิดบริการ: ทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 06.30 – 17.00 น.

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา