TOP

ตะลึงประติมากรรม “Mount Recyclemore” ขยะอิเล็กทรอนิกส์ รูปใบหน้าของผู้นำ 7 ประเทศ สร้างแรงบันดาลใจให้ตระหนักถึงภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อมไปทั่วโลก!

เพราะปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัว เราต่างคงสัมผัสได้จากอากาศที่ร้อนขึ้นทุกวัน ฝุ่นจากมลพิษต่างๆ รอบตัวที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจ จากบทความของ BCC ทำให้เห็นได้ว่า “ภูมิแพ้” กลายเป็นหนึ่งโรคลำดับต้นๆ ที่คนทั่วโลกต้องเผชิญ โดยเฉพาะคนเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีการเติบโตมีการก่อสร้างมากมาย การใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษในปัจจุบันเป็นปัจจัยเสริมทำให้อาการของโรคภูมิแพ้รุนแรงขึ้น รวมถึงจากพฤติกรรมของมนุษย์ในการใช้เครื่องอำนวยความสะดวก อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่กลายเป็นขยะล้นโลก ปรากฏการณ์ต่างๆ ทั้งหิมะขั้วโลกเหนือละลาย น้ำท่วม แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นผลพวงมาจากฝีมือทำลายธรรมชาติจากมนุษย์

และโลกต้องตะลึงกับผลงานประติมากรรมจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ “Mount Recyclemore” ที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก ด้วย รูปใบหน้าของผู้นำทั้ง 7 ประเทศ เลียนแบบ Mount Rushmore ประติมากรรมสลักภูเขาในสหรัฐอเมริกา ที่มีรูปใบหน้าผู้นำคนสำคัญ ได้แก่ นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสัน แห่งสหราชอาณาจักร, นายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ ซูกะ ประเทศญี่ปุ่น, ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ประเทศฝรั่งเศส, นายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากี ประเทศอิตาลี, นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ประเทศแคนาดา, นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ประเทศเยอรมนี และประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเรียงตามลำดับใบหน้าบนประติมากรรม ที่ใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากถึง 12 ตัน เพื่อเตือนให้ตระหนักถึงภัยคุกคามด้านสิ่งแวดล้อม

ซึ่งประติมากรรมชิ้นนี้ ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้น โดยศิลปินท้องถิ่น “โจ รัช” และศิลปินรายอื่นอีกประมาณ 15 คน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยี musicMagpie ใช้ระยะเวลาประมาณ 6 สัปดาห์ ในการสร้างขึ้น ก่อนนำมาประกอบบนชายหาด แซนดี เอเคอร์ ซึ่งอยู่ตรงข้ามโรงแรม คาร์บิส เบย์ ที่ คอร์นวอลล์ (Cornwall) มณฑลตอนใต้สุดของประเทศอังกฤษ สถานที่ที่บรรดาผู้นำเตรียมเข้าประชุม G7 เริ่มต้นประชุมอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 11-13 มิถุนายนที่เพิ่งผ่านมา โดยมีประเทศสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, แคนาดา, อิตาลี และญี่ปุ่น ร่วมด้วยตัวแทนจากสหภาพยุโรป ณ เมืองคอร์นวอลล์ ของอังกฤษ ปีนี้บรรดาผู้นำจากเกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และแอฟริกาใต้ ยังได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

สร้างความตะลึงเตือนใจกับประติมากรรมชิ้นนี้ที่ใช้ขยะอิเล็กทรอนิกส์ราว 20,000 ชิ้น มีน้ำหนักประมาณ 12 ตัน เพื่อให้ได้มาซึ่งใบหน้าของผู้นำแต่ละคน ที่มีขนาดความยาว 3 เมตร และมีความกว้าง 1 เมตร โดยโจและเพื่อนศิลปินมุ่งหวังให้งานประติมากรรมชิ้นนี้ ได้สะกิดใจสะท้อนให้ผู้นำแต่ละประเทศ พูดคุยเพื่อหาทางออกตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากขยะอิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นภัยคุกคามที่กำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของมนุษย์ ผลิตภัณฑ์ยุคใหม่ ควรถูกออกแบบให้ใช้งานได้ยาวนาน และมีระบบรับคืนกลับไปรีไซเคิลเมื่อหมดอายุการใช้งาน ไม่เช่นนั้นขยะอันตรายเหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังหลุมขยะและก่อปัญหาไม่รู้จบ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาขยะล้นโลก รวมถึงแก้ปัญหาทรัพยากรที่ขาดแคลนได้อย่างยั่งยืน ตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

ตามที่ BBC รายงานข่าวสหประชาชาติ ระบุว่า โลกผลิตขยะอิเล็กทรอนิกส์ 48.5 ล้านตัน ในปี 2018 ซึ่งมากกว่าน้ำหนักของเครื่องบินพาณิชย์ทุกลำรวมกันที่ถูกผลิตในโลกนี้ซะอีก มีขยะอิเล็กทรอนิกส์เพียง 20% เท่านั้นที่ถูกนำไปรีไซเคิล และถ้าหากยังไม่ลงมือทำอะไร สหประชาชาติคาดว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะเพิ่มเป็น 120 ล้านตัน ภายในปี 2050 และ musicMagpie ได้ระบุว่าประเทศอังกฤษ เป็นเพียงหนึ่งในประเทศที่สร้างปัญหานี้มากที่สุด และยังมีงานวิจัยที่เผยว่า ชาวอังกฤษ 4 ใน 5 ไม่รู้ว่าขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร ขณะที่ชาวอังกฤษเกือบครึ่ง ประมาณ 47% ไม่ได้รีไซเคิล ขายต่อ หรือบริจาคอุปกรณ์เทคโนโลยีเพื่อการกุศล โดยส่วนใหญ่เลือกที่จะเก็บไว้ จึงไม่เกิดการรีไซเคิลที่เป็นประโยชน์ หากนำชิ้นส่วนของขยะเหล่านี้ไปฝัง ก็อาจเกิดการรั่วไหลของสารเคมีอันตรายสู่ดินหรือแหล่งน้ำ หากทำลายด้วยการเผา ควันก็จะส่งผลสารเคมีขึ้นสู่อากาศ และส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

 

▶สำหรับผลงานศิลปะชิ้นนี้ หลังจากการประชุม G7 สิ้นสุดลง จะถูกเคลื่อนย้ายไปตั้งยังออฟฟิศ musicMagpie ในเมืองสต็อกพอร์ต มหานครแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ต่อไป

———————————————

ที่มา และ ภาพ : theguardian / bbc

AROUND Magazine นิตยสารรายเดือน ที่นำเสนอสิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวด้วยมุมมองใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือก แรงบันดาลใจ ในการใช้ชีวิตสำหรับคนเมือง เทคโนโลยี ไลฟ์สไตล์ต่างๆ เพื่อตอกย้ำถึงความเป็นคู่มือการใช้ชีวิตในเมืองหลวงที่ศิวิไลซ์ให้รื่นรมย์และสนุกกับการตามติดเทรนด์ สุดทันสมัยอยู่ตลอดเวลา