TOP

A Unique Individual “อนันดา เอเวอริงแฮม”

เมื่อนึกถึงทำเนียบนักแสดงชายมากฝีมือในระดับแถวหน้า ที่มีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว มาดเท่ สากล ติสท์เซอร์ สวมบทบาทในหนังพีเรียดก็ได้ สวมบทร่วมสมัยก็เยี่ยม จะมีใครสักกี่คนหล่ะที่เราจะนึกถึง ถ้าไม่ใช่ อนันดา เอเวอริงแฮม  

วันนี้มาในลุคสุดคูล สไตล์สูทมูดแอนด์โทนเทาน้ำตาล คอมพลีทลุคด้วยหมวกปีกกว้าง เสน่ห์ที่สาวไหนอยู่ใกล้ต้องหัวใจละลาย

 

จัดว่าเป็นนักแสดงที่อยู่ในวงการมายาวนาน โดยปกติแล้วมีหลักในการเลือกรับงานอย่างไร

ผมจะดูอยู่ 2 ส่วนครับ หนึ่งคือ “บท” เพราะบทนี่เป็นหัวใจของทุกอย่าง พอดูบทเสร็จเราก็มาดู “ vision ของตัวผู้กำกับ” แล้วถ้าสมมติว่าเราผ่าน 2 จุดนี้แล้ว เราชอบบท เราเข้าใจ vision ของตัวผู้กำกับ ก็ค่อยมาดูว่าเราสวมบทบาทนี้ได้หรือเปล่า เราต้องรู้จักตัวเองด้วยว่าความสามารถเรามีไหม ทำได้จริงหรือเปล่า บางทีเราอาจจะอยากเล่นแต่ว่าไม่เหมาะ หรือว่าไม่น่าจะสื่อออกมาในทางที่ตัวผู้กำกับเขาต้องการได้ ก็ต้องคุยกับเขาตรงๆ แล้วพอทุกอย่างลงตัวก็ค่อยเข้าสู่ process การหาตัวละคร หรือครีเอทสร้างตัวละครขึ้นมาครับ

 

ที่ผ่านมาก็รับมาหลายบทบาทแล้ว ชอบตัวละครตัวไหน หรือสนุกกับการเป็นตัวละครตัวไหนมากที่สุด

มันแล้วแต่จริงๆ ครับ แต่ส่วนมากผมเป็นคนที่แทบไม่ดูงานตัวเองเลย คือนับได้เลยว่าผมเล่นหนังมาน่าจะประมาณ 30 เรื่อง เคยดูไม่เกิน 2 – 3 เรื่อง เพราะผมจะอินกับตัวละครในช่วงเวลาที่เราแสดง แล้วพอปิดกล้องแล้วหน้าที่ผมก็จบลง คือผมจบงานของผมแล้วอ่ะ แล้วผมก็ไม่ได้มี passion ที่จะต้องไปดูงานตัวเอง ผมรู้สึกว่างานของผมคือการที่ต้องไปเป็นตัวละครตัวนั้น ซึ่งพอเราไปเป็นคนๆ นั้นแล้ว พอเขาปิดกล้อง เราก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นตัวละครนั้นอีก ซึ่งก็จะเป็น routine ของผมทุกครั้งเลย คือผมก็จะไปงานรอบสื่อ ทำเป็นแอ๊บเดินเข้าโรง แล้วก็ตียูเทิร์นออกไป ไปรอทุกคนที่บาร์ ให้เขากลับมาแล้วค่อยเล่าให้เราฟัง พอหนังฉายในโรง ผมว่ามันเป็นหน้าที่ของคนดูแล้ว ไม่ใช่หน้าที่ของเรา แล้วก็อีกอย่างผมรู้สึกว่า ถ้าผมจะดูจริงๆ ผมต้องทิ้งเวลาให้ห่างจากโปรเจ็กต์ก่อน เพราะถ้าเข้าไปดูเลยเราจะไม่ดูเหมือนผู้ชม แต่จะดูในทางวิเคราะห์ แล้วก็จะจำทุกช่วงเวลาได้

ยังมีบทบาทไหนที่ไม่ได้เล่นและอยากเล่นบ้าง

เยอะแยะเต็มไปหมดเลยครับ เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่เราว่ามันน่าสนใจในอาชีพนักแสดงนี่ก็คือ พอเราโตขึ้น บทมันก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันก็มี เดี๋ยวตอนเราสี่สิบมันก็จะมีบทใหม่ๆ เข้ามา ห้าสิบก็จะมีบทใหม่ๆ เข้ามา ซึ่งก็เหมือนเวลาเราเห็นนักแสดงรุ่นใหญ่ๆ อย่างเอียน แม็กเคลเลน ที่เล่นเป็นแกนดัฟท์ เราก็มีคิดเหมือนกันว่าถ้าแก่ๆ ไปก็อยากลองเล่นเป็นดัมเบิลดอล หรือแกนดัฟท์ อะไรแบบนี้บ้าง

 

นอกเหนือจากงานแสดงอีกสิ่งหนึ่งที่โดดเด่นในตัวผู้ชายที่ชื่ออนันดา ที่คนทั่วไปสามารถสัมผัสได้คือความเป็นตัวเองที่ชัดเจน ทำอย่างไรให้ความเป็นตัวตนชัดเจนในชณะที่อยู่ในวงการ ซึ่งถูกหล่อหลอมได้ง่าย

ผมอาจจะโชคดีที่ผมเข้ามาในวงการในรุ่นที่ไม่มีหนังสือกอสซิบ ไม่มีโซเชียลมีเดีย คนไม่ได้สนใจว่าตัวจริงของเราเป็นอย่างไร คือเขาดูแต่งาน เลยทำให้โฟกัสของผมไปอยู่ที่งาน การพัฒนาตัวเองให้เป็นนักแสดงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นวิธีการทำงานของผมก็เพื่อตัวเนื้องาน แล้วก็ตัวเราไม่เกี่ยวข้องกับตัวละคร คือขุนพันธ์ไม่ใช่ผม ผมก็ไม่ใช่ขุนพันธ์ ดังนั้นเมื่อผมโตมาแบบนั้นก็เลยไม่ได้แคร์ว่าคนจะมาคิดว่าตัวจริงของผมคืออะไร เพราะนั่นไม่ใช่อาชีพผม อาชีพผมไม่ใช่การที่จะมาพิสูจน์ว่าอนันดาคือใคร (หัวเราะ) เพราะอย่างนั้นมันก็เลย simple

 

ด้วยลุคภายนอกที่คนอื่นมองว่าติสท์ คิดอย่างไรกับคำนี้

มันก็คงมีมุมติสท์บ้าง แต่ว่าคนเรามันไม่ใช่แค่อย่างเดียวไง เราก็มีมุมนั้นจริง แต่เราก็เซอร์ได้ หรูได้ ติสท์ได้ อยู่ในกรอบได้ มันอาจจะดูติสท์ เพราะว่าด้วยเนเจอร์ของผม ผมชอบทำอะไรคนเดียว คนก็เลยกลายเป็นมองว่ามีโลกส่วนตัว แต่ผมเป็นตั้งแต่เด็ก คือชอบอยู่คนเดียวเฉยๆ มันเงียบดี สงบดี เดินทางคนเดียว ดูหนังคนเดียว กินข้าวคนเดียว แต่ในมุมของผม ผมว่ามันเป็น individual มากกว่าติสท์ด้วยซ้ำนะ คือติสท์นี่ผมว่ามันกว๊าง กว้าง มันมีติสท์หลายแบบ แต่อย่างผมนี่แค่มีความเป็นตัวเองมากกว่า เท่านั้นเอง แต่ก็อย่างที่ว่ามันอาจจะดูติสท์ เพราะผมไม่ได้รู้สึกว่ามันจำเป็นต้องปิดบังอะไร

 

แล้วเรื่องความรักล่ะ ในมุมมองของผู้ชายที่ชื่ออนันดาเป็นอย่างไร

ผมเชื่อว่าความรักที่เกิดทุกๆ ครั้ง ก็จะ unique ผมแค่พยายามที่จะไม่มีกรอบให้กับตัวผมเอง หรือว่าคนที่เข้ามาในชีวิตผม จะไม่มาตั้งค่าหรือกะเกณฑ์ว่าเขาต้องมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นอย่างไร เพราะเรารู้สึกว่าถ้าเรารักเขา เราก็ต้องรักในสิ่งที่เขาเป็น ผมมองว่าความรักก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ที่ไม่ได้มีปัญหาสักเท่าไหร่ แต่บางทีคนจะดูผมเป็นคนเจ้าชู้ เพราะเห็นว่าเดี๋ยวๆ ก็มีแฟนอีกแล้ว แต่เราแค่ไม่ได้เป็นคนคิดเยอะ คิดมากกับเรื่องความรักอะไรขนาดนั้น เราก็เปิดรับในสิ่งที่เขาเป็น แล้วเราก็หาจุดที่เราเจอกันได้ แค่นั้นก็พอ

คนแบบไหนที่จะทำให้ตกหลุมรักได้

(หัวเราะ) แฟนผมไม่เคยเหมือนกันสักคนเลย ฉะนั้นก็น่าจะเป็นความเป็นตัวเองล่ะ ที่สำคัญที่สุดสำหรับผม มันอธิบายยากนะ คือบางคนเราก็ไม่คิดว่าเราจะคบกันได้ แต่สุดท้ายมันก็เกิดขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้เซ็ตไว้ว่าจะต้องอะไรตอนไหน คือจะช้าเร็วก็ขึ้นอยู่กับความรู้สึกและธรรมชาติของคนสองคน ความรักสำหรับผมมันไม่ complicate ไม่วุ่นวายนะ

 

แต่ทำไมถึงดูอนันดาไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องความรักสักเท่าไหร่

มันไม่ใช่ว่าเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยนะ ผมแค่รู้สึกว่าตัวผมเป็นคนทำอาชีพที่เป็นสาธารณะ แต่คนที่ผมคบถ้าเขาไม่ได้อยู่ในวงการนี้ มันก็ไม่แฟร์สำหรับเขาถ้าเราจะดึงเขาเข้ามาอยู่ในที่สาธารณะ นอกจากว่าเขาจะอยู่ในวงการด้วย ถ้าอย่างนั้นเราก็เปิด เพราะคุณก็ทำอาชีพนี้ ผมก็ทำอาชีพนี้ เราก็ต้องเจอนักข่าว คือก็ปล่อยไปตามธรรมชาติทั้งของเขาและของเรา แต่ถ้าเขาไม่ได้อยู่ในวงการเราก็รู้สึกไม่แฟร์ จะเอาความกดดันนั้นไปใส่ไว้ที่เขาทำไม อย่าลืมว่าเขาก็มีครอบครัว มีพ่อแม่ เราก็ควรนึกเกรงใจฝ่ายเขาด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นทุกวันนี้ผมก็อาจจะระวังคำพูดมากกว่าแต่ก่อน อย่างแต่ก่อนนี่ผมจะช่างมันเลย จะพูดอะไรก็พูด แต่ว่าเมื่อมันเกี่ยวข้องกับชีวิตคนอื่น เราก็ต้องรู้จักเกรงใจเขา

 

แล้วความรักตอนนี้เป็นอย่างไร

ความรักก็โอเคครับ ก็เพิ่งเริ่มต้น เราเพิ่งคบกันได้ไม่นาน ก็ลองดู ไม่ได้รีบร้อน คือพอเราโตแล้ว เราก็รู้สึกว่าใจเย็นกับตรงนี้มากขึ้น พยายามมองอะไรให้ละเอียดขึ้น ตอนเราวัยรุ่นกว่านี้โลกของเรามันถูกกำหนดด้วยอีโก้ของเราที่มากกว่านี้ ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของเรา แต่ตอนนี้เราพยายามที่จะนึกว่ามันเป็นเรื่องของเราทั้งคู่ ก็เลยไม่ได้รีบครับ (ยิ้ม)

MODEL: อนันดา เอเวอริงแฮม

PHOTOGRAPHER: สันติพงษ์ จูเจริญ

PHOTOGRAPHER ASSISTANT: อุทัย หาญกล้า

STYLIST: ศรัณยา อาริยะกุล

HAIR STYLIST: ทิพย์ธารีย์ ชินะปุตตกุล

MAKEUP ARTIST: เบสท์ พัทธ์ธีรา

CLOTHES: Marble & Wood ชั้น M สยามดิสคัฟเวอรี่ โทร. 0 2673 0035 ext. 57 www.facebook.com/brandmarbleandwood

ACCESSORIES: SUI HUA DIAMOND โทร. 0 2221 7229, 0 2222 8641, 081 400 7806

LOCATION: Ashton Residence 41 1, Luxury Condominium on Sukhumvit 41 Call 0 2056 2333

 

เหมือนจันทร์ ศรีสอาด