TOP

hom (หอม) ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งสุดหรูของภูเก็ต จุดหมายใหม่แห่งรสชาติอันเต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา

สวรรค์บนดินมีจริง! เมื่อก้าวสู่ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ภูเก็ต รีสอร์ต (InterContinental Phuket Resort) ดินแดนแห่งความสุขสงบ บนพื้นที่ครอบคลุมทั้งฝั่งภูเขาและทะเล ที่เชื่อมถึงกันด้วยอุโมงค์ใต้ดิน จากมุมสูงชั้นสองของล็อบบี้ นับเป็นประตูบานแรกเปิดสู่ตรีภพตามคติภูมิ นั่นคือ มนุษย์ภพ บาดาลภพ และสวรรค์ ที่มาบรรจบกัน ทุกอณูพื้นที่ของโรงแรมหรูแห่งนี้ แฝงไว้ด้วยเรื่องราวทรงคุณค่าตามคติความเชื่อ แรงบันดาลใจอันมาจากวรรณกรรมไทย “ไตรภูมิพระร่วง” ที่เก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ นำความงดงามในส่วนที่กล่าวถึงเรื่องการสร้างโลก พลังแห่งจักรวาล และเมืองสวรรค์อันรื่นรมย์ ท่ามกลางป่าหิมพานต์แห่งชมพูทวีป มาเป็นจุดเชื่อมคอนเซปต์ของโรงแรม สู่ ห้องอาหาร “หอม” จุดหมายใหม่แห่งรสชาติอาหารไฟน์ไดนิ่งชั้นสูง อันเต็มไปด้วยเสน่ห์มนต์ขลังของสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์อาคารสีขาวสลักเสลางดงาม ที่มีชื่อเรียก “Sawan Pavillion” (สวรรค์)

ด้วยทัศนียภาพแบบเปิดโล่ง Sawan Pavillion เป็นพาร์ตของ ‘สวรรค์’ ที่อยู่ของเทวดาและทวยเทพในตรีภพ และเป็นไอคอนนิคแลนด์มาร์กของ ห้องอาหาร “หอม” ที่ดึงดูดให้เหล่านักชิมจากทั่วโลกต้องมาเปิดประสบการณ์แห่งรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์สักครั้ง ที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่โอบล้อมด้วยความเขียวขจีของต้นไม้นานาพรรณรับกับทิวเขาสูงตระหง่าน เปรียบดั่งเขาพระสุเมรุในวรรณคดี ที่เป็นดั่งศูนย์กลางของจักรวาล ตามคติความเชื่อของศาสนาพราหมณ์และพุทธ

ด้านหน้าของตัวอาคารเป็นสระบัวหลวง ที่แต่งแต้มด้วยผลงานศิลป์จิตรกรรมปลาปั้นในวรรณคดี ทำให้นึกไปถึงประโยคเปรียบเปรยในไตรภูมิพระร่วง ช่วงตอนหนึ่งกล่าวไว้ “ดอกบัว 5 สิ่งบานอยู่ดูตระการทุกแห่ง ดอกบัวหลวงดวงใหญ่เท่ากงเกวียณผิเมื่อน้ำสะเทือนไหวไปมา ดูงามหนักหนาดังแสร้งแต่งไว้นั้นแล” และ “สวรรค์” เป็นดั่งสัญลักษณ์แทนจุดสูงสุด งานออกแบบสื่อถึงสวรรค์แต่ละชั้นฟ้างดงามแบบไทยร่วมสมัย ในส่วนของฐานดีไซน์ให้มีความโค้งเชิดขึ้น จินตนาการราวกับสองมือโอบช้อนสวรรค์ทั้ง 6 ชั้นขึ้นไป ขับให้ความรู้สึกของเราที่ใกล้เข้ามาราวกับได้รับการติดปีกเป็นแองเจิล ด้วยการต้อนรับแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทีม “หอม” อะราวด์ได้เป็นหนึ่งในแขกคนพิเศษของค่ำคืนสุดพิเศษ เสมือนอยู่ในทิพย์วิมานบนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็ไม่ปาน 

เมื่อเดินบันไดขึ้นไปบนชั้น 2 ของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ สามารถเก็บเกี่ยวบรรยากาศโดยรอบแบบ 360 องศา แหงนมองท้องฟ้าเปลี่ยนสียามเย็นก่อนดวงจันทร์กลมโตจะเข้ามาแทนที่ บริเวณภายนอกของชั้น 2 เป็นสระน้ำรอบด้านสี่ทิศเปรียบเป็นสระอโนดาด เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องอาหารหอม สัมผัสแรกของความรู้สึกเย็นตาด้วยโทนสีขาว เรียบหรูหรา บนฝ้าเพดานเพนส์ภาพจิตรกรรมโทนสีเงินเล่นมิติแสงนวลตา ตกแต่งด้วยงานดีไซน์แบบน้อยแต่มาก สะดุดตาที่โคมระย้าขนาดใหญ่หนึ่งเดียวใจกลางร้าน ผลงานมาสเตอร์พีซของศิลปินที่รังสรรค์ขึ้นจากต้นแบบ ‘ดอกมณฑาทิพ’ ดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์จากดาวดึงส์ที่มีความเกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน กลีบดอกร่วงโรยลงบนพื้นโลก เมื่อครั้งพระพุทธองค์ทรงปรินิพพาน

ด้านซ้ายของห้องอาหารเป็นบาร์ ที่ดิสเพลย์โถแก้วหมักเรียงรายตกแต่งผนังบนชั้นวางที่มีชื่อว่า Wall of Creativity โชว์การถนอนอาหารในรูปแบบ Fermentation ที่เป็นหัวใจสำคัญทำให้แต่ละจานโปรดของหอมมีมิติแห่งรสชาติ พร้อมพาเราออกเดินทางสู่โลกของการสร้างสรรค์ ผ่านกรรมวิธีที่เป็นเทคนิคซับซ้อนซ่อนอัตลักษณ์ที่ยากจะมีใครลอกเลียนแบบและสืบทอดมาอย่างยาวนาน นำทีมโดย เชฟริคาร์โด นูเนส (Chef Ricardo Nunes) พร้อมทีมบริการมืออาชีพ

 

รสชาติอาหารที่เปี่ยมด้วยเรื่องราว

‘หอม‘ คือเซนส์ของความสดชื่นและความสุข ก่อนเปิดประสบการณ์คอร์สเทสติงเมนู มาเรียกความสดชื่นเพื่อเตรียมต่อมรับรสกันด้วยเครื่องดื่มเย็น ๆ เมนูสุดพิเศษที่รังสรรค์จากส่วนผสมของน้ำเสาวรส น้ำสกัดจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และเกสรน้ำผึ้ง จัดมาในรูปแบบแก้วทรงกระถางเต็มไปด้วยสมุนไพรกินได้ และดอกไม้สีสันสดใสที่เรียงร้อยเรื่องราวเข้าธีมป่าหิมพานต์ 

“หอม ยึดแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับโลคอลวัตถุดิบเป็นอันดับแรก ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่พวกเราต้องมีความเข้าใจตั้งแต่ต้นกำเนิด จนถึงผลผลิตของวัตถุดิบที่เราสามารถหาได้บนเกาะภูเก็ตตลอดทั้งปีอย่างถ่องแท้ รวมถึงทั่วทั้งภูมิภาคของประเทศไทย ผสมผสานเข้ากับรสชาติเฉพาะตัวจากกรรมวิธี “Fermentation” อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของหอม ด้วยเทคนิคการหมักดองเพื่อชูรสชาติวัตถุดิบธรรมชาติตามแบบโบราณ เป็นการนำเสนอรสชาติอันแปลกใหม่เหนือความคาดหมาย สู่ปากนักชิมทั่วทุกมุมโลก” เชฟริคาร์โด นูเนส (Chef Ricardo Nunes) Chef de Cuisine แห่งห้องอาหารหอม  กล่าว

สมการรอคอย หอม ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่งแห่งใหม่ล่าสุดของภูเก็ต มาในคอนเซ็ปต์ Innovative Cuisine กับการเดินทางของรสชาติใหม่ ๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวและเสน่ห์น่าค้นหา พร้อมให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ นำเสนอ 10 คอร์สเทสติงเมนู แพริ่งกับไวน์ชั้นดีจากทุกมุมโลก มอบช่วงเวลาอันน่าจดจำ เริ่มต้นด้วย เมนูเรียกน้ำย่อย อย่าง Ruby Pomelo ส้มโอทับทิมสีแดงสดหมักด้วยกุหลาบ ให้กลิ่นหอมและมอบความสดชื่นตั้งแต่คำแรก ชวนเรียกน้ำย่อยพร้อมชิมคำต่อไป

 

ต่อเนื่องกันด้วยเมนูที่สอง Coconut & Smoked Caviar คาเวียร์รมควันจากฟาร์มในหัวหิน เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าวอ่อน พร้อมซอสแมคคาดิเมียพูเรและลูกตาลดอง แนะนำให้ขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนคลุกเคล้าคาเวียร์ให้เข้ากันก่อนรับประทาน สัมผัสรสชาติอันหอมหวานมันของเนื้อมะพร้าวอ่อน และคาเวียร์ที่เข้ากันอย่างลงตัวเหลือเชื่อ

 

ต่อกันเลยกับเมนูที่สาม Crab ‘rissol’ เอาเนื้อปูดำมานึ่งแล้วแกะเอาเนื้อออกมาปรุงรสกับกระเทียมญี่ปุ่นและเนย นำเนื้อนมที่รีดิวซ์จนแห้งเป็นแผ่นบาง ๆ นำมาห่อเนื้อปูเอาไปทอดจนได้เนื้อเป็นสีน้ำตาลไหม้ รับประทานคู่กับซอสดอกคำฝอยที่ให้เทกเจอร์แบบมายองเนส ได้รสสัมผัสที่แปลกแตกต่าง

 

พร้อมกับเมนูที่สี่ Baby Squid หมึกสดจากท้องทะเลอันดามันปรุงสุกในเนยยีสต์ เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปจากหมึกที่เอาไปหมักพร้อมใบเมี่ยงดอง น้ำซุปใสให้รสชาติกลมกล่อมออกรสเปรี้ยวนิด ๆ จากมะนาวคาเวียร์ที่บีบลงไป รับกับรสสัมผัสของเนื้อปลาหมึกเต็มคำให้รสหวาน

 

เมนูที่ห้า Rock Lobster นำล็อบสเตอร์เนื้อแน่นมาหมักกับซอสชิโอโคจิ ที่นำไปย่างต่อในเตาชาโคล เสิร์ฟกับซอสจากส้มแมนดารินของภูเก็ต ให้เนื้อนุ่มเต็มปากเต็มคำ

 

และเมนูที่หกเฮลตี้กับ Black grouper เนื้อปลาเก๋าดำนำไปดรายเอจควบคุมความชื้นเป็นเวลา 4 วัน จากนั้นนำมากริลในเตาถ่านชาโคล เสิร์ฟกับซอสใบเตยที่มีส่วนผสมของน้ำมะม่วงและรากสามสิบราชินีสมุนไพร รับประทานคู่กับใบกะหล่ำปลีดองเคลือบด้วยซอสเมล็ดทานตะวัน ตกแต่งด้วยดอกผักกาด

 

เมนูที่เจ็ด Wild Boar หมูป่าที่ผ่านกรรมวิธีการหมักกับถัวเขียว และเห็ดนางฟ้า เสิร์ฟพร้อมซอสข้าวบาร์เลย์ โคจิเข้มข้น และทุเรียนดำ การหมักเนื้อหมูจะทำให้ได้เนื้อหมูมีรสชาติเค็มกำลังดี อร่อยได้โดยกระบวนการธรรมชาติไม่ต้องปรุงรส  

 

เมนูที่แปด Goat. ‘mole’ เนื้อส่วนของสันหลังแพะ นำมาหมักจนนุ่มเสิร์ฟกับซอสโมเล่ (Mole) ของเม็กซิกันสูตรเฉพาะของหอม ที่ใช้เมล็ดกาแฟกับกะปิผสมกัน เสิร์ฟกับพัมกิ้นบรูว์เล รับประทานคู่กับขนมปังซาคาดาเนะเนื้อหนานุ่ม ที่หมักจากยีสต์ข้าวโคจิ ข้าวบาเล่ไทย และข้าวหอมมะลิ ทำให้ขนมปังมีรสชาติกลมกล่อม รับประทานคู่กับครีมที่สกัดจากเบียร์ดำให้รสหวาน

 

ปิดท้ายด้วยของหวานเมนูที่เก้า Sunflower หน้าตาสวยงามเสิร์ฟมาบนกลีบดอกทานตะวันสด ประกอบด้วยเมล็ดทานตะวันอามาซาเกะพาร์เฟ่ต์ ที่ทำจากกลีบดอกทานตะวัน โดยอามาซาเกะเป็นเทคนิคการทำเหล้าหวานที่ไม่มีแอลกอฮอล์ของญี่ปุ่น ที่ทำจากโคเมะโคจิให้รสหวาน ออนทอปด้วยความกรุบกรอบของเกสรผึ้ง สอดไส้คอมบูชะมะม่วงเพิ่มรสเปรี้ยวให้รู้สึกสดชื่นในทุกคำ  

 

และคำสุดท้ายปิดคอร์ส ด้วยเมนูของหวานจานที่สิบ Wood Sorrel ซอร์เบที่ทำจากเลม่อนทอปด้วยใบส้มกบสดให้รสเปรี้ยว พืชคลุมดินที่มีสรรพคุณช่วยให้เจริญอาหารและช่วยย่อยอาหารได้อย่างดี เมนูอเมซิ่งมีมดแดงออนทอป เพิ่มเอสเซนส์เลมอนบาล์ม ช่วยให้กลิ่นสดชื่นและรสสัมผัสอันน่าทึ่ง

 

นอกจากนี้ ‘หอม’ พร้อมนำเสนอเครื่องดื่มสูตรพิเศษ จากกระบวนการหมักที่ทางร้านรังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อเติมเต็มรสชาติของมื้ออาหารอย่างไร้ที่ติ รวมถึงตัวเลือกไวน์แบบเนเชอรัล ออแกนิค และไบโอไดนามิก โดยเทสติง เมนู 10 โมเมนต์ ในราคา 3,750++ บาท ต่อท่าน ตัวเลือกเครื่องดื่มแพร์ริ่ง สามารถเลือกได้ทั้งแบบเครื่องดื่มหมัก ราคา 950++ บาท ต่อท่าน และไวน์แพร์ริ่ง ราคา 2,750++ บาท ต่อท่าน

 

📍 พิกัด: 333, 333/3 หมู่ 3, กมลา จ.ภูเก็ต

📅 เปิดให้บริการ: ทุกวันอังคาร ถึง วันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 18:30 น. เป็นต้นไป

☎️ สำรองที่นั่งและสอบถามเพิ่มเติม: โทร. 076 629 956, อีเมล info@hom-restaurant.com

🌐 ติดตามข่าวสารได้ที่: เว็บไซต์ www.hom-restaurant.com, อินสตาแกรม @homrestaurant

เหมือนจันทร์ ศรีสอาด